jaNet 的个人资料Oº°‘¨ jaNet's space ¨‘°º...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
2006/10/31 Sam-soon's speech"การที่ฉันร้องไห้ตอนนี้ไม่ใช่เพราะสูญเสียเค้าไปหรอก.... ฉันร้องไห้เพราะรู้ว่าความรักไม่มีความหมายอะไรเลย ฉันร้องไห้เพราะสมเพชความรักที่ไร้เรี่ยวแรง"
อย่าคิดแต่ว่ามีแต่ตัวเองที่เป็นเหยื่อเลย Sam-soon จ๋า เพราะคำพูดแบบนี้ Hi-jin เองก็เหมาะที่จะพูดสุดๆเหมือนกันเลยจ้ะ "ความทรงจำก็คือความทรงจำ พอถึงวันนึงความทรงจำก็ไม่ได้มีพลังอะไร" คงจะจริงเหมือนกันนะอันนี้ เพราะความรักเก่าๆก็เป็นเหมือนความทรงจำ แล้ววันนึงความทรงจำมันก็จะหมดพลังไปเอง ไม่ได้หมายความว่าเราลืมมันหรือว่ามันหายไปไหน มันยังอยู่และเรายังจำมันได้ เพียงแต่มันแค่หมดพลังไปเฉยๆ ไม่ได้สามารถทำให้เราฟูมฟายได้เหมือนที่มันเคยทำอีกต่อไป เพราะฉะนั้น ถ้าฉันร้องไห้....ฉันไม่ได้ร้องไห้เพื่อใครคนไหน แต่ร้องไห้เพราะสมเพชในความรักที่ไร้เรี่ยวแรงต่างหาก
2006/10/27 what a lovely day!!!วันแห่งความตื่นเต้น ความโล่งใจ ความน่ารัก ความโง่ ความโชคดี ความเหนื่อย และความขายหน้า
วันนี้ตื่นมา....คิดๆๆๆๆว่ามีอะไรต้องทำมากมายหลายอย่าง จนจัดลำดับความสำคัญไม่ถูกว่าอะไรควรทำก่อนทำหลัง มีเรื่องต้องทำล้านแปด แถมเป็นเรื่องให้เสียเงินทั้งนั้นเลยด้วย!! ฉะนั้นกูจึงเริ่มต้นวันด้วยการสัญญากับตัวเองว่า “วันนี้จะไม่นั่งแท๊กซี่” เพื่อเป็นการดัดสันดานตัวเอง
เริ่มจากการไปรับผล TOEIC ที่วันก่อนทำไม่ทันเกือบทั้งแถบ ประมาณเกือบ 20 ข้อได้ ไม่ทันแบบโล่งๆเลยอ่ะ ไม่มีโอกาสได้มั่วเลยด้วย ข้อสอบมันก็ง่ายๆอ่ะนะแต่เวลาให้โคตรน้อย นี่เป็นผลของการไม่เตรียมตัว ไม่อ่านหนังสือ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการสอบ TOEIC เลย
เปิดฉาก ความตื่นเต้น ด้วยผู้หญิงที่กำลังรอรับผลก่อนหน้ากู พอเธอรับซองมาปุ๊บ ก็ดูลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก หันมายิ้มให้กู 1 ที หันกลับไปยิ้มให้คุณพี่เจ้าหน้าที่อีก 1 ที พร้อมกับพูดว่า “ตื่นเต้นจังค่ะ........” ฮ่าๆๆๆๆ กูนะขำในใจสุดฤทธิ์
ต่อมาเป็นตากูบ้าง แอบตื่นเต้นกลัวไม่ถึง 600 เหตุจากที่ปล่อยโล่งเกือบทั้งแถบ พอรับซองมาปุ๊บ กูก็เก็บซองเดินออกไปปั๊บ แต่ฉุกคิดขึ้นได้ว่าเปิดตรงนี้เลยจะดีกว่า เผื่อจะได้จองวันสอบครั้งหน้าไว้ได้ทันท่วงที ฮ่าฮ่า กูเปิดซองมือไม้สั่น กลัวคะแนนไม่ถึง กลัวสอบใหม่ไม่ทัน กลัวเสียเงินค่าสอบเพิ่ม พอเห็นคะแนนปุ๊บ...ใจที่เกือบจะตกไปถึงตาตุ่มมันก็เด้งกลับขึ้นมาใหม่ ..........630........... ผ่านมาเฉียดฉิว ทำให้คิดได้ว่า “กูนี่ช่างเป็นคนมีดวงด้านการทำข้อสอบแล้วได้คะแนนเกินความสามารถ” และนั่นคือบทสรุปของ ความโล่งใจ
มาต่อด้วย ความน่ารัก (น่ารักมากมายก่ายกองเลยด้วย) คุณน้องชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าตาน่ารักมากกกกกก หน้าแนวเดียวกับเจ้าชายชินเลยอ่ะ แต่คนนี้น่ารักกว่าอีกอ่ะ!!!! คุณน้องเดินขึ้นมาบนรถเมล์ที่กูนั่งอยู่ ใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ ใส่หมวกด้วย (ตาม concept) ด้วยความที่บนรถมีกันอยู่แค่ 5-6 คน ทัศนวิสัยจึงโล่งโปร่งสบาย กูเลยมองเห็นน้องเค้าได้อย่างชัดเจนเต็มลูกกะตา
อย่างที่เคยบอกว่าช่วงหลังๆกูไม่ใช่คนประเภทกรี๊ดกร๊าดคนหล่อง่ายๆสักเท่าไหร่ แต่คนนี้พอกูเห็นหน้าแล้วรู้สึกเมื่อยแก้มมากๆ เพราะกูต้องห้ามตัวเองไม่ให้ยิ้มออกมา จนกูทนไม่ไหวต้องหยิบเอากระดาษทิชชูขึ้นมาปิดปากทำเป็นว่ากันควันเสียจากรถ แท้จริงแล้วปากกูแอบยิ้มอยู่ภายใต้กระดาษแผ่นนั้น เหอะๆๆ กูคิดต่ออีกว่า “ผู้ชายหน้าตาดีๆแบบนี้...ยังมีเหลือมาเดินขึ้นรถเมล์อีกเหรอวะเนี่ย” คนนี้บอกได้คำเดียวว่า กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แล้วกูก็ไม่ได้รู้สึกกรี๊ดใครอย่างนี้มาหลายปีแล้วด้วย (หมายถึงกับคนที่เดินเจอตามถนนอ่ะนะ ไม่นับที่เจอตามทีวี 555)
เรื่องเกี่ยวกับ ความโง่ ของกูก็คือ กูไปซื้อรองเท้า ระหว่างที่กูกำลังพยายามหยิบเงินในกระเป๋าให้เพียงพอกับราคา 1,140 บาท
ทันใดนั้นเองคุณพี่พนักงานก็บอกกูว่า “777 บาทค่ะ” เอ๊า.....กูก็งงสิ “อ้าว! นี่ลดหรอกเหรอคะ?” เสียงสวรรค์ของคุณพี่คนเดิมก็ตอบอีกว่า “ลด 30% ทั้งร้านเลยค่ะ”
Oh my God!!! กูเดินเลือกรองเท้าอยู่ในร้านนานกว่าครึ่งชั่วโมง และกำลังจะจ่ายเงินอยู่รอมร่อ โดยมิได้ล่วงรู้เลยว่ามันลด 30% ทั้งร้าน สรุปว่าวันนี้เป็นวันแรกของโปรแกรม Midnight Sale ของ Central เออ...ถือว่านั่นเป็น ความโชคดี ของกูที่ได้จ่ายน้อยลงโดยไม่ได้เตรียมเนื้อเตรียมตัวมาก่อน อิอิ
ความเหนื่อย ของกูเกิดจากการที่กูซื้อของมากมายจนไม่มีมือพอถือ เวลาล้วงหยิบเงินในกระเป๋าไปจ่ายก็เป็นไปอย่างทุลักทุเล แล้วเพื่อนสาวก็ดันโทรมาด้วยอารมณ์ so sad แต่ด้วย spirit ความเป็นเพื่อนสาวที่ดีในตัวดู กูเลยไม่วางและรับฟังมันบ่นต่อไป ...........รู้สึกเหนื่อยมากมายกับการจัดระเบียบของในมือ พ่วงด้วยการแยกประสาทเพื่อที่จะทำหลายๆสิ่งในเวลาเดียวกัน ทั้งคุยโทรศัพท์ ทั้งวางของ-หยิบของ ทั้งควานหาเงินในกระเป๋า ทั้งยังต้องฟังพี่พนักงานพูดกะกูว่าอะไร ทั้งยังต้อง รับ-นับ-เก็บ เงินทอนอีก
มาถึง ความขายหน้า บ้าง เนื่องด้วยความพะรุงพะรังที่กล่าวไว้ข้างต้นของกู บวกกับกำลังคุยโทรศัพท์ บวกกับที่กูสัญญากับตัวเองว่าวันนี้จะไม่นั่งแท็กซี่ ....ระหว่างที่กูก้าวขึ้นรถเมล์ รองเท้ากูดันหลุด ด้วยความที่ไม่มีมือว่าง ผู้หญิงที่เดินตามหลังกูมาเลยต้องเก็บให้ ทันใดนั้นเองพี่กระเป๋ารถเมล์ก็ด่ากูด้วยเสียงอันดัง “ขึ้นรถก็จะขึ้น โทรศัพท์ก็จะคุย แล้วรองเท้าก็หลุดอีก!!!” พร้อมกับทำหน้าตาเบื่อหน่ายใส่กูหนึ่งที
หลังจากนั้นพอนั่งแล้วกูต้องยอมเสียจรรยาบรรณแล้ววางโทรศัพท์โดยด่วน ก่อนที่กูจะโดนด่าอีกรอบข้อหาไม่มีมือหยิบเงินค่ารถเมล์ให้พี่เค้า ฮ่าๆๆๆๆๆ
2006/10/25 Hormone..?ก่อนอื่น....กูขอขอบพระคุณเพื่อนบังเกิดเกล้าทุกคนของกูมากๆสำหรับคำอวยพร
โดยเฉพาะอีป้าแป้ง กูตื่นมาเห็น missed call เป็น private number
กูก็คิดว่าเป็นมึงนั้นแล ดีใจมากมาย... แต่ที่กูไม่ได้รับเพราะกูหลับไปแล้วนั่นเอง
ขอโทษอีเก๋ ที่กูตีตนไปก่อนไข้ ไปโวยวายว่ามึงก่อน ฮ่าฮ่า
กูเพิ่งเห็นจาก comment ที่มึง hap ให้กู ~ thank you หลายๆเพื่อนรัก
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
Sam-shik : จริงๆ 2 ปีมันก็เป็นเวลาที่ควรจะสิ้นสุดแล้ว Sam-soon : สิ้นสุดเหรอ... Sam-shik : เมื่อผู้หญิงคนนึงเริ่มชอบผู้ชาย มันจะมีฮอร์โมนชนิดหนึ่งออกมา แล้วพอเค้าเริ่มชอบกัน ฮอร์โมนอีกชนิดนึงก็จะปรากฏ จริงๆแล้วมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่สำคัญ แต่มันก็ทำให้คนบ้าในความรักได้
ข้อมูลเพิ่มเติมจากนักศึกษาแพทย์ "ยูฮีจิน" เรายังพบฮอร์โมนที่ว่านี้จากธรรมชาติของคนเป็นแม่ คนที่มีความรักก็จะมีเหมือนกันหมด และที่ตลกกว่านั้นคือ ไอ้ฮอร์โมนตัวนี้มันทำให้คนรักจนหน้ามืดตามัวได้ด้วย ไม่ว่าจะบอกให้พวกเขาเลิกกันซักกี่ครั้งมันก็ไม่มีผลหรอก ก็เพราะฮอร์โมนตัวนี้นี่แหละ แต่บางทีคุณอาจทำให้พวกเขาเชื่อได้หลังจาก 2 ปีไปแล้ว ฮอร์โมนตัวนี้จะหมดไปภายในเวลา 2 ปี .....มากสุดก็ 3 หรือ 4 ปี
Sam-shik : ฉะนั้นก็อย่าไปเกลียดเค้ามากเลย เพราะผู้ชายคนนั้นเค้าแค่กำลังถูกฮอร์โมนตัวนั้นควบคุม Sam-soon : นี่คุณเข้าข้างคนทุเรศนั่นเหรอ Sam-shik : จะว่าไปแล้ว....ผมไม่เข้าใจคุณมากกว่าเค้าอีก Sam-soon : ทำไมฉันล่ะ Sam-shik : ถึงคุณจะเคยมีประสบการณ์มาแล้ว แต่คุณก็ยังทำแบบเดิม คุณยอมทุกอย่างให้ความรักง่ายๆน่ะสิ Sam-soon : ใครว่าง่าย.... แล้วฉันก็ไม่เคยรักใครง่ายๆด้วย เวลาฉันเริ่มรักใคร ฉันก็จะต้องคิดพิจารณาให้ดีว่าจะเริ่มยังไง แล้วถ้ามันจบ ฉันก็ต้องคิดเหมือนกัน ไม่ว่าฮอร์โมนที่คุณว่าจะมีหรือไม่มีในตัวฉัน ฉันก็จะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ด้วยความจริงใจ..........จริงใจมากด้วย
2006/10/20 give me endless summerช่วงนี้มักจะเข้าใจอะไรผิดๆเรื่องความอ่อนความแก่ของคนนั้นคนนี้ตลอด
ตั้งแต่ น้องแต๊งค์ ที่กลายเป็น พี่แต๊งค์
พี่ตุ้ย กลายเป็น น้องตุ้ย
น้องตูน กลายเป็น พี่ตูน ฯลฯ
ส่วนกูไป shopping กำลังดูๆ dress อยู่ชุดนึง พี่คนขายที่แสนจะน่ารักถามว่า "น้องหาชุดใส่ไปงานโรงเรียนใช่มั้ยคะ?"
Oh my God!!! ดีใจจัง... แม้วัยจริงๆจะล่วงเลยห่างไกลจากคำว่า มัธยม มา 4-5 ปีแล้วก็ตาม
เมื่อได้ยินดังนั้น กูก็ตัดสินใจควักเงินในกระเป๋าให้พี่เค้าทันที ฮ่าฮ่า~
วันก่อนเจอญาติผู้ใหญ่ที่ไม่ได้เจอกันมานาน "เจเน็ตนี่ดูยังเด็กอยู่เลยเนอะ ไม่เหมือนบัณฑิตที่จบปริญญาแล้ว"
กูไม่รู้ว่าตั้งใจจะชมหรือด่า แต่กูเป็นคนมองโลกในแง่ดี (เฉพาะวันนั้นนะ) เค้าคงเห็นว่ากูหน้าเด็ก อิอิ
ส่วนในแง่ร้ายก็คือ กูคงดูโก๊ะกังกะโหลกกะลาไม่สมกับปริญญาที่กูได้มานั่นเอง
ช่วงนี้เจอใครก็มักจะชมว่าหน้าใสกิ๊ก แต่คนชมคงไม่ได้สังเกตดีพอ
เพราะถ้ามามองใกล้ๆก็จะเห็นริ้วรอยที่เกิดขึ้นมากมายก่อนวัยอันควร
ขนาดว่าทุกครั้งที่กูดูกระจก กูจะรู้สึกเข้าอกเข้าใจบรรดาคุณหญิงคุณนายที่พากันไปเสียเงินดึงหน้าฉีดหน้าขึ้นมาทันที
อ่อ... น้อยหน่าบอกว่า add "เด" as friend แล้วนะ เหอะๆๆๆ
ดีใจด้วย~ งั้นตอนนี้กูก็ได้เดมาเป็นเพื่อนของเพื่อนกูแล้วล่ะสิ อิอิ
ปล คิดถึงมึงมากสุดๆแป้ง กูนั่งนับวันรอ Easter แล้วนะเนี่ย
ปล โอเจอกูใน hi5 ด้วย แล้วกูก็แอบคิดถึงมันเหมือนกัน เพราะไม่ได้เจอนานมากกกก
ไม่สิ...ไม่ได้แอบ! กูบอกคิดถึงมัน 3-4 รอบได้แล้วมั้ง ฮ่าฮ่า
ปล กูคิดถึงออยด้วย
ปล ถึงแม้ตัวจะอยู่ใกล้ แต่ว่า เก๋ วิ โอ๋ ก็ดูเหมือนอยู่ห่างไกลจากกูสุดๆ คิดถึงเหมือนกัน
ปล กูว่ากูคงติดนิสัย ปล เยอะๆมาจากอีป้าแป้งแน่ๆ
. . . . . . . . . . จ า ก กู . . . . . . . . . .
ผู้หญิงที่มองโลกในแง่ร้ายเสมอ ผู้หญิงที่ตัดสินคนจากฐานะและชื่อเสียง ผู้หญิงสุขนิยม ผู้หญิงที่รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
2006/10/16 Love addict ~ Pain addict
ฉากที่ 1 ภายใน/ร้านกาแฟ/กลางวัน
เพื่อนสาว ผู้หญิงเขารักอะไรนายเหรอ
ผู้ชายท่าทางสุดเชี่ยวคนหนึ่ง เมื่อได้ฟังคำถามนี้ ปฏิกิริยาของเขาก็ไม่มีอะไรมาก แค่ทำหน้าตาสบายใจ ผ่อนคลายสุดๆ ก่อนจะเปิดปากพร้อมเปิดอก
หนุ่มเชี่ยว เพราะผมทำให้เขาเจ็บไง
เขาเฉลยเป็นประโยคชวนช็อก อย่างที่ไม่มีใครนึกว่าเขาจะตอบอย่างนี้
หนุ่มเชี่ยว ไม่ยากเลยที่จะทำให้ผู้หญิงรัก
หนุ่มเชี่ยวเล่าเรื่องของเขาต่อไป
หนุ่มเชี่ยว ผู้หญิงส่วนมากชอบอะไรซึ้งๆ
เพื่อนสาวได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าตาครุ่นคิด
เพื่อนสาว (คิดในใจ) ก็จริงนะ...
หนุ่มเชี่ยว ผมก็แค่เริ่มต้นด้วยการทำให้ผู้หญิงเข้าใจว่าเขาเป็นคนพิเศษของผม ไม่ยากนี่....แค่แอบสบตาซักแวบนึงเวลาที่อยู่ในกลุ่มคน อย่างตอนนั่งประชุมอยู่หรืออะไรแบบนั้นน่ะ ทำอย่างนี้ไปซักหนสองหน ผู้หญิงจะเริ่มคิดแล้ว
เพื่อนสาวนั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ขณะที่หนุ่มเชี่ยวพูดต่อไป
หนุ่มเชี่ยว จากนั้นผมก็อาจจะพูดอะไรให้เขาเอาไปฝันหวานซักประโยค เลือกเรื่องที่มันคิดไปได้หลายๆทาง ไม่ใช่ประเภทว่า ‘คุณสวยจัง’ หรืออะไรแบบนั้นนะ ผู้หญิงไม่ชอบหรอก เขาชอบแบบ ‘ดูสิ....เราใช้โทรศัพท์รุ่นเดียวกันเลย’ แล้วผมก็จะทำเป็นหยิบโทรศัพท์ของเขากับของผมมาเทียบกัน แบบนี้ผู้หญิงเขาจะรู้สึกว่าเราเป็นคนละเอียดอ่อน
หนุ่มเชี่ยวอธิบายด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจซะเต็มประดา เพื่อนสาวที่นั่งฟังยิ้มเจื่อนๆ พยักหน้าช้าๆแสดงอาการเข้าใจ
หนุ่มเชี่ยว ผู้หญิงเขาชอบผู้ชายที่ดูลึกซึ้ง ขรึมๆ ฉลาด และมีปัญหานิดๆ ทำไมน่ะเหรอ? เพราะผู้หญิงเขาเป็นเพศแม่ เขารู้สึกอยากเข้ามาโอบอุ้มช่วยแก้ปัญหาให้เราไง แต่ห้ามเป็นปัญหาประเภทการเงินหรือเอาปัญหาที่บ้าบอหนักหนาเกินไปนะ เอาประเภทที่ทำให้เราดูเป็น Artist ซะเหลือเกินจนไม่มีใครเข้าใจ อย่างนี้ล่ะ ผู้หญิงชอบมาก จะรีบเข้ามาทำความเข้าใจทันที
เพื่อนสาว แล้วที่บอกว่าผู้หญิงชอบนาย เพราะนายทำให้เขาเจ็บล่ะ
หนุ่มเชี่ยว นั่นเป็นขั้นที่สอง หลังจากทำให้เขารักแล้ว
หนุ่มเชี่ยวว่าต่อไปอย่างใจเย็น
หนุ่มเชี่ยว ไม่ยากอีกเหมือนกัน พอแน่ใจว่าเขาตกลงปลงใจด้วยแล้ว ไอ้ที่แค่ทำเป็นสบตา ก็ไม่สบ ที่เคยพูดอะไรด้วย ก็ไม่พูด เขาจะอยากได้อย่างที่เคยได้แทบตายเลย แล้วจากนั้นก็หายไปจากชีวิตเขาเลยซักพักนึง แต่อย่านานมากนะ เอาแค่พอให้เขากระวนกระวาย จากนั้นก็กลับมาให้ความหวังอีกหน่อย
เพื่อนสาว โหดนี่ !!!
เธอแสดงอาการไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองกับสิ่งที่เพื่อนพูดให้ฟัง สายตามีแววตำหนิเล็กน้อย
หนุ่มเชี่ยว เออ..... นั่นแหละเป็นตอนที่ผู้หญิงชอบที่สุด แล้วจะชอบมากกว่านั้นอีก ถ้าในระหว่างนี้เราทำเป็นไปชอบผู้หญิงอื่น ยิ้มกับผู้หญิงอื่นแบบมีความหมายซ่อนๆให้เขาเห็น แล้วก็กลับมาหาเขา กอดซักที พูดหวานๆด้วยซักคำ เป็นต้นว่า ‘ทำไมช่างเอาใจจัง ผู้หญิงเดี๋ยวนี้ไม่มีใครเขาเป็นแบบคุณแล้วนะ’ ผู้หญิงจะชอบมาก เขาจะคิดว่าเราเห็นเขาเป็นดับเบิ้ลคนพิเศษ จากนั้นก็หายไปอีก โทรไปก็รับบ้างไม่รับบ้าง.... อ้อ! อย่าลืมไม้ตายด้วย
เพื่อนสาวชะงักนิดนึง ทำหน้าตาสงสัย
เพื่อนสาว ไม้ตายอะไร?
หนุ่มเชี่ยว อย่าบอกรักง่ายๆ หรือถ้าจะบอก ก็พูดให้ฟังดูกำกวม ไม่รู้ว่ารักเขาวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะรักหรือเปล่า
เพื่อนสาว นี่มันความรักแบบไหนเนี่ย !!?
เพื่อนสาวทำหน้าตาสุดจะทน ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา ขณะที่หนุ่มเชี่ยวมีท่าทียิ้มเยาะ แสดงอาการเหนือกว่า
หนุ่มเชี่ยว แ บ บ ใ ห้ เ ข า เ ลิ ก จ า ก เ ร า ไ ม่ ไ ด้ ไ ง
.......................................................................................................................
เ ส พ ติ ด รั ก ร้ า ย
คนเราชอบจำสิ่งที่ไม่ดีได้มากกว่าสิ่งที่ดี
หนุ่มเชี่ยวประสบความสำเร็จกับผู้หญิงที่ปล่อยให้ความฝันครอบงำจิตใจ เธอกลายเป็นนางเอกละคร นางเอกมิวสิควิดีโอในความคิดตัวเองไปแล้ว (นั่นกูเอง...) ความรักสำหรับเธอคือความเจ็บปวด แต่มันเป็นความเจ็บที่อยากเจอ อย่างที่ฝรั่งเรียกว่า Bitter Sweet ทั้งหวานทั้งขม ปะปนจนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร ในความเจ็บมีความรัก ในความรักมีความโกรธ ในความโกรธมีความโหยหา
อย่างเดียวกับการเสพติดสิ่งอื่นๆ ถ้าอยากหยุดความทรมาน ก็คือต้องหยุดเสพ
คำแนะนำจากหนุ่มอดีตเคยเชี่ยวคนหนึ่ง พูดเป็นปรัชญาไว้ว่า “เมื่อไหร่ที่ยังคิดอยู่ คือคิดไม่ได้ เมื่อไหร่หยุดคิด นั่นแหละคิดได้แล้ว” เรียบๆง่ายๆแค่นั้นเอง
และต่อไปนี้คือคำแนะนำจากผู้หญิงด้วยกัน - หลุดให้ได้จากโลกฝัน แล้วหันมาเผชิญหน้ากับความจริงซะ ยอมรับว่านี่คือสิ่งที่เราไม่มีวันได้มา จงปล่อยไป (ใครจะรู้...วันนึงอาจจะได้) - ตัดคือตัด หลีกเลี่ยงการติดต่อทุกประเภท อย่าแม้แต่รับโทรศัพท์ (ยากเกิ๊นนน...) - อย่ารับข้อเสนอว่าเขาขาดคุณไม่ได้และจะขอเป็นแค่เพื่อนก็พอ เพราะเขาจะไม่มีวันพอใจแค่นั้น (ไม่เป็นไร....กูรับได้) - หาอะไรทำ อย่าปล่อยตัวเองให้ว่าง (ปล่อยตัวเองว่าง...นี่ก็กูอีก) - เมื่อเปิดมาเจอละคร จงปิดทีวี (เช่ามาดูเองเลยล่ะค่ะ)
.......................................................................................................................
เพื่อนสาว นายว่าเป็นไปได้ไหม ที่ผู้หญิงเค้าจะตัดใจจากนายได้
หนุ่มเชี่ยว ไม่มีทาง !!!
หนุ่มเชี่ยวดูมั่นใจมากในนาทีแรก แต่พอเห็นรอยยิ้มของเพื่อนสาว ท่าทีนั้นก็เปลี่ยนไป
หนุ่มเชี่ยว ... นี่พูดจริงๆเหรอ ...
เสียงนั้นเหมือนเสียงของเด็กที่หลงทางอยู่กลางทะเลทราย
หวังว่าถ้าผู้ชายอ่านแล้ว คงไม่เก็บมาทำกับกูแบบนี้นะ เพราะกูจะตกหลุมมันแน่นอน ฮ่าฮ่า
2006/10/14 police line do not double crossคริสโตเฟอร์ ดอยล์ ....ด่าเช็ดว่านี่เป็นหนังไร้ศักดิ์ศรี
หลิวเต๋อหัว ....อยากรู้ว่าฝรั่งจะแปลปรัชญาตะวันออกอย่างไร
แฟนๆ Infernal affairs จำนวนหนึ่ง ....บอกว่าหนังเรื่องนี้ไม่มีทางจะดีเท่าต้นฉบับ
คนที่ดู The Departed แล้วอีกจำนวนหนึ่ง ....บอกว่านี่คือหนังฮอลลีวู้ดที่ดีที่สุดของปี 2006
ผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี ....บอกว่า The Departed ไม่ใช่หนังรีเมคซะหน่อย มันแค่ได้แรงบันดาลใจจาก Infernal affairs เท่านั้นแหละ
กู ....บอกว่า
1) กูชอบ Infernal affairs มากๆๆๆเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
2) และ The Departed ก็ดีมากๆๆๆเหมือนกัน
3) กูชอบที่ Departed มันรวมผู้หญิง 3 คนจากใน Infernal ให้กลายเป็น Madaline คนเดียวได้
4) ถึงกูจะไม่เห็นด้วยกับ Doyle แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากูจะเออออไปตาม Scorsese
5) การที่ผู้กำกับไม่ได้ดูหนังต้นฉบับมาก่อน ไม่ได้หมายความว่ามันหลุดจากข้อหาการเป็นหนัง remake ซักกะหน่อย
6) ถึงแม้จะมีการปรับโน่นเปลี่ยนนี่มากมาย แต่คำว่า "แค่ได้รับแรงบันดาลใจจาก..." เนี่ย! ฟังไม่ขึ้นว่ะ
7) ในฐานะที่กูดูมาแล้ว ยอมรับซะเถอะว่ามันเป็นหนัง remake
8) แต่เป็นหนัง remake ที่ดีเหี้ยๆและกูก็ชอบมันมาก
2006/10/9 Love is all aroundในที่สุดงานแต่งงานแรกของเพื่อนก็คือ งานของบี คนแรกของรุ่นที่แต่งงาน
รู้สึกเหมือนพวกเราก้าวเข้าใกล้สู่คำว่าผู้ใหญ่มาอีก step เมื่อวานเป็นวันที่รู้สึกมีความสุขม๊ากมากกก หรือว่าความสุขมันสามารถแพร่กระจายเผื่อแผ่คนรอบข้างได้จริงๆเนี่ย? ก่อนหน้านี้ ยุ้ยตัดสินใจสายฟ้าแลบไปจดทะเบียนกับฝรั่ง แต่มันไม่ส่งผลอะไรเท่าที่ควร
หนึ่ง : เพราะมึงอยู่ไกลมากกกกก ความสุขของมึงคงแผ่มาไม่ถึงกู สอง : มึงไม่ได้จัดงานใส่ชุดสีขาวจริงจังให้กูเห็น กูเลยไม่ in เท่าไหร่ อิอิ ที่ ห น้ า โ บ ส ถ์ พอเห็นบีก้าวลงมาจากรถในชุดสีขาวชายกระโปรงยาวลากพื้น (แต่จ้าวบ่าวช่วยยกไว้ให้ น่ารักมากกก)
มีผ้าคลุมศีรษะสีขาวบางเบา พร้อมด้วยมงกุฏอันเล็กน่ารักบนหัว บีมันโคตรดูเหมือนเจ้าหญิงเลยอ่ะ เห็นแล้วหุบยิ้มไม่ลง หยุดยิ้มไม่ได้ด้วย (จริงแล้วก็เป็นอย่างนี้เกือบทั้งวัน ทุกเวลาที่เห็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวอ่ะนะ) พิธีแบบคาธอลิกดำเนินไปอย่างนานอ่ะ ทุกคนลุ้นกันใหญ่ว่ามันจะมีจูบกันป่าววะ ปรากฎว่าไม่มี ฮ่าฮ่า ที่ประทับใจอีกอย่างคือ มาเซอร์ที่โรงเรียนก็มากันด้วย แล้วมาเซอร์ก็ดูไม่แก่ขึ้นเลยแหละ ใครจะรู้.... ผู้หญิงที่เคยพูดว่าจะบวชเป็นมาเซอร์แล้วไปอยู่วัดมืด จะกลายเป็นคนแรกที่แต่งงานซะงั้น ถึงเวลาโยนดอกไม้ ไอ้คนที่พูดๆว่าจะต้องรับให้ได้อย่างไอ้แป้งกับต่าย กลับยืนมองอ้าปากค้างขาแทบไม่ขยับ เพราะไอ้บีมันโยนใกล้เกิ๊นนนน ทุกคนดันไปตั้งท่ารอกันซะไกล คิดว่าบีมันคงฟิตแรงเยอะแล้วโยนไกลๆ ฮ่าฮ่า คนที่มีสติสัมปชัญญะดีกว่า ก้าวขาวิ่งเข้าไปทันก็เลยได้ไป งานตอนกลางคืน ที่ โ ร ง แ ร ม ทุกคนนั่งดู Presentation ชีวิตรักของบีกับพี่แก๊ป
เอาอีกแล้ว..... หยุดยิ้มไม่ได้อีกแล้วอ่ะ มันเป็น animation น่ารักๆ เล่าให้ฟังตั้งแต่ 'เจอกันได้ยังไง' มีเพลง Destiny กับเพลง คะแนนแห่งชีวิต (เบน ชลาทิศ) เป็นเพลงประกอบ โอ๊ยยย... ดูแล้วอยากแต่งงานสุดๆ อีกอย่างที่น่ารักคือ 2 คนนั้นเจอกันครั้งแรกที่ "แจ่มบาร์" อยากจะขำมากมายแต่ขำไม่ออก มัวแต่ปลื้ม... ที่เดิมๆของพวกเรา ไม่น่าเชื่อว่ามันจะสามารถเป็นที่ของจุดเริ่มต้นเล็กๆอันนำมาซึ่งการแต่งงานได้ เรายิ้มจนเมื่อยแก้ม แต่ก็ไม่ลืมแอบหันไปสังเกตหน้าคนอื่นๆ ที่กำลังจ้องดูอย่างไม่กระพิบสายตา ทุกคนอมยิ้มแก้มปริ ดวงตาเป็นประกายกันสุดฤทธิ์ ถ้าหากความสุขมันจับต้องได้เป็นรูปธรรม . . . ใ น ต อ น นั้ น มั น ค ง กำ ลั ง ล อ ย อ ยู่ เ ต็ ม อ า ก า ศ เ ล ย ล่ ะ . . .
2006/10/3 Leading role in the close-up shotช่วงนี้ชักจะทำตัวเก่งเกินไปหน่อย....
กลับบ้านเองได้ นักแท๊กซี่คนเดียวด้วย ไปไหนมาไหนคนเดียว ช้อปปิ้งคนเดียว ดูหนังคนเดียว ทำทุกอย่างคนเดียว หรือแม้แต่สิ่งที่เกลียดจะทำคนเดียวที่สุดก็ทำได้ นั่นคือ กินข้าวคนเดียว มีคนบอกว่าต้องหัดทำตัวสำออยบ้าง.... แต่ปัญหา คือ มันไม่มีคนให้สำออยด้วยน่ะสิ!!! ฉันน่ะไม่ได้เก่งจริงหรอก แต่สถานการณ์พาไปให้เก่งต่างหากล่ะ มีคนเคยบอกว่าการเขียนอะไรก็ตามลงในสเปซ มันคือการประกาศให้คนทั้งโลกรู้
แต่สำหรับฉันมันเป็นแค่การเขียนๆๆๆๆๆอะไรก็ตามลงไป แล้วหวังว่าจะมีแค่ซักคนในโลกรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไร เหมือนที่ฉันเคยบอกว่า การที่ได้เห็น comment ของเพื่อนที่เข้ามาอ่านบล็อก มันเป็นหนทางที่ทำให้รู้ว่าคนๆนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในชีวิตของเรา (ไม่ว่าวิธีทางใดก็ทางหนึ่ง) เช่นเดียวกันกับการเขียนบล็อค ฉันอยากให้มีคนรู้และระลึกถึงฉัน ว่าฉันเป็นใครในชีวิตของเค้า รู้สึกยังไง และกำลังคิดอะไร มันยากนะ............การที่มีเรื่องอะไรมากมายเกิดขึ้น แล้วนึกอยากจะบอกใคร แต่ไม่มีคนที่จะโทรไปเล่าให้ฟังได้ทุกเมื่อ สงสัยว่าจะดูละครเกาหลีมากเกินไปหน่อย วันนี้นั่งอยู่บนรถ มองออกไปนอกหน้าต่าง
มีคนที่ไม่รู้จักมักจี่คอยขับรถให้นั่ง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน มันก็เป็นอะไรที่ง่ายดีนะ...ไอ้การนั่งรถแท๊กซี่เนี่ย กลับมาที่ฉัน....... กำลังนั่งมองออกไป จินตนาการว่ามีกล้องจับใบหน้าของฉันเป็นภาพ close-up ฉันคงกำลังทำหน้าอะไรแปลกๆ ขณะที่กำลังครุ่นคิดเรื่องอะไรต่อมิอะไรในหัว ฉันคิดไปว่าถ้ามีคนนั่งดูฉันอยู่หน้าจอจริงๆ พวกเขาจะได้ยินสิ่งที่ฉันกำลังคิดมั้ยนะ เหมือนเวลาคุณได้ยินสิ่งที่นางเอกคิดในหัวหรือพูดกับตัวเองในใจเวลาดูละครไง คิดแล้วก็ขำ......ขำจริงๆนะ......แล้วฉันก็นั่งขำกับตัวเอง หัวเราะคิกคักกับตัวเองเหมือนคนบ้า แบบที่นางเอกบื้อๆบ้าๆบ๋องๆในหนังเกาหลีเค้าทำกัน ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง คนเป็นล้านที่นั่งดูฉันอยู่หน้าจอโทรทัศน์คงกำลังคิดว่า "ยัยผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไงกันยะ!!! ถึงได้อวดอ้างคิดว่าตัวเอกเป็นนางเอก!!!"
เอาล่ะ.... ฉันรู้ว่าอย่างดีฉันก็เป็นได้แค่เพื่อนนางเอก แต่ฉันจะยินดีและเต็มใจมากกว่าที่จะรับบทนางร้ายนะ
ฉันจะไม่เป็นนางร้ายที่แย่งแฟนชาวบ้านหรอก แต่ฉันจะร้ายกับยัยนางเอกที่มันชอบมาทำตัวจุ้นจ้านกับชีวิตฉันนัก แล้วทำตัวเหมือนว่าตัวเองน่ะดีเลิศเลอเฟอร์เฟ็คซะเต็มประดา นางเอกก็ไปอยู่ส่วนนางเอกซะไป๊!!! ไปคบไปอยู่แต่กับคนดีๆเรียบร้อยน่ารักเถอะจ้ะ ส่วนไอ้พวกพระเอกโง่ๆบื้อๆเนี่ย...ช่วยหนีบไปด้วยกันเลยนะ วันนี้บล็อคยาว ย๊าว ยาว ยาวมากจริงๆนะเนี่ย (ไม่เป็นไร...กูรู้ว่าเดี๊ยวน้อยหน่าก็เข้ามาอ่าน ฮ่าฮ่า)
การทำอะไรคนเดียวนี่มันก็เหงานะ แค่สปาก็ทำฉันน้ำตาคลอได้
ฉันเดินออกมาหน้าร้าน กำลังจะกลับบ้าน แล้วก็หันกลับไปมองที่สปา บรรยากาศมันดีซะจนทำให้คิดถึงคนๆนึง แต่ไม่ใช่ใครคนเก่า ไม่ใช่ใครคนก่อน และไม่ใช่ใครหน้าไหนทั้งนั้น แต่เป็นคนที่ฉันยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ใครซักคนที่จะมาทำอะไรต่อมิอะไรด้วยกัน อย่างเช่นการมาที่นี่ เป็นต้น ที่ดีๆอย่างนี้ บรรยากาศดีๆอย่างนี้ ตกแต่งสวยงามอย่างนี้ ทำไมถึงไม่มีใครซักคนพาฉันมานะ พอหันเดินต่อไป มันก็รู้สึกเหง๊าเหงา แล้วก็แปล๊บๆในใจ แล้วก็กลับไปเป็น shot เดิม .....close-up shot ผู้หญิงคนเดิมนั่งอยู่เบาะหลัง มองออกไปนอกหน้าต่าง น้ำตาคลอเบ้า มีคนที่ไม่รู้จักมักจี่คอยขับรถให้นั่ง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันเลยด้วยซ้ำ............ นั่ น ไ ง . . . . . . . . . . . . . . น า ง เ อ ก ชั ด ๆ เ ห็ น ป่ า ว !!!!!!?
2006/10/1 Daddy's Korean son-in-lawตอนที่กูมีแฟนอยู่ด้วย... กูไม่เคยนึกบ้าดารา หรือ กรี๊ดกร๊าดคนหล่อเลย เท่าที่กูสังเกตนะ!!!
แต่ตอนนี้จิตกูคงว่างจัด จนมีเวลามานั่งบ้าบอกับพระเอกเกาหลี
กูปรึกษาอีเก๋ว่า กูคงต้องรีบหาแฟนซักคนมาอยู่ข้างๆ ไม่ก็คงต้องบินไปเกาหลีให้รู้แล้วรู้รอด
อีเก๋บอกว่า "กูว่าไปเกาหลีจะคุ้มกว่านะ!!" ฮ่าฮ่าฮ่า..
อีแป้งหาว่ากูชอบเด็ก ดูอายุซะก่อน! ถึงแม้จะหน้าเด็กแต่เกิดก่อนกูนะเว้ยยย จะบอกให้...
ยิ่งช่วงนี้มีลางสังหรณ์อยู่บ่อยๆด้วย (นึกเองเออเอง) ว่าที่สามีกูต้องมีบ้านเกิดเมืองนอนอยู่ที่เกาหลีแน่ๆ
ยังไงก็ตาม............................. ตอนนี้กูรัก Hyun มากๆๆๆ จนอยากจะเป็น Mrs.Kim
"พ่อจ๋า... ขอตังค์ซักล้านนึงนะ ~หนูจะบินไปเกาหลี ไปหาลูกเขยมาให้พ่อไง อิอิ"
|
|
|