jaNet 的个人资料Oº°‘¨ jaNet's space ¨‘°º...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
2006/11/27 HuRRy ModEช่วงนี้กูรีบๆๆๆๆ.........รีบมากมาย
แต่รีบได้ไม่นานกูก็เหนื่อย
กูแอบคิดว่าอยากจะนั่งพักก่อน
แต่กูเสือกรีบมากจนเดินเลยม้านั่งมาแล้ว
กูไม่อยากเดินถอยหลังกลับไป......แล้วกูก็ไม่อยากจะนั่งลงที่พื้น
เพราะกูจำเป็นต้องเลือกวิธีพักที่จะทำร้ายกูน้อยที่สุด ฉุดรั้งกูไว้น้อยที่สุด และเสียเวลาน้อยที่สุดด้วย
ในขณะที่คนบางคนแม่งก็ขยันทำร้ายกูเหลือเกิน
คาดว่ากูคงต้องพยายามสลัดมันทิ้งไว้ข้างหลัง เผื่อกูจะเดินสะดวกขึ้นบ้าง
และตอนนี้กูคงจะต้องรีบต่อไปเท่าที่จะรีบได้
รีบอย่างอดทนด้วย
เพราะก่อนหน้านี้กูช้ามากมาย เดินเอื่อยๆบ้าง แอบนั่งตามข้างทางบ้าง
ในวันนี้กูต้องทนเดินเหนื่อยไปก่อน ไว้ค่อยนั่งพักตอนเจอม้านั่งตัวต่อไปก็แล้วกัน
ม้านั่งที่เหมาะจะนั่งพัก เอาแบบที่กูนั่งแล้วจะไม่เจ็บตัว
แบบที่นั่งแล้วจะไม่มีใครเดินมาเหยียบตีนกู
แต่จะให้ดี..........
ขอใครซักคนขับรถผ่านมา แล้วพากูขึ้นรถไปด้วย
จะขอบพระคุณอย่างสูง
เพราะสันดานอย่างกู เหมาะที่จะนั่งหลับอยู่บนรถ
พอตื่นมาก็ถึงที่หมายพอดี ฮ่าๆๆๆ
ตกลงว่า.....นี่กูตั้งใจจะรีบจริงจังรึป่าววะเนี่ย!!!!!?
2006/11/23 some kind of superstarหลังจากที่เคยนินทาผ่าน blog มา 2-3 ครั้ง คราวนี้ถึงคราวได้เจอกันจริงๆซักที
พอก้าวลงจากแท๊กซี่ เดินหน้าไปยังไม่ทันถึง 2 ก้าว หน้าขาวๆใสๆของโด่งก็ลอยมาแต่ไกล เดินเข้าไปอีกหน่อย (ใกล้จะประชิดตัวในระยะไม่เกิน 10 ก้าว) เห็นตุ้ยกำลังยืนเม้าท์อย่างจริงจัง แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆจนเกือบจะไหล่ชนกัน ก็เห็นตูนกำลังพยายามใส่เสื้อนอกอยู่ กูรีบเดินผ่านไปประหนึ่งว่าไม่เคยรู้จัก แต่ในใจแอบเต้นโครมคราม ประกอบกับความรีบมากมาย ...คือนึกว่าตัวเองจะเป็นคนสายไง... เลยไม่มีเวลาแม้แต่จะแช่สายตาต่ออีกซักเสี้ยววินาที เดินไปถึงหน้า Route พยายามใช้สายตาสอดส่าย พร้อมกับคิดว่าจะเอาไงต่อดีวะ
พลันก็เหลือบเห็นพี่โดมยืนอยู่ ดีใจมากมายรีบวิ่งเข้าไปทักแทบไม่ทัน (กลัวจะเดินหนีเข้าไปซะก่อน) พี่โดมตกใจถามว่ามาทำอะไร เรารีบตอบทันควัน "สมัครงาน" พี่โดมทำตาโต "สมัครงานที่ Route เนี่ยนะ.....!!?" กูนึกแล้วเชียวว่าหลายคนที่ได้ยินคงจะเข้าใจไปในแนว เด็กเชียร์เบียร์ ฮ่าๆๆ "ป่าวๆๆๆนะ.........นัดคุยงานที่นี่เฉยๆ กะพี่จ๊อบไง" แต่..............................................พี่จ๊อบยังมาไม่ถึง กูจึงขอหอบสังขารไปนั่งกินกาแฟรอที่ cosmic
นั่งรอไป กินกาแฟไป คุยโทรศัพท์กับเพื่อนๆพี่ๆอยู่ระมาณชั่วโมงกว่า ก็เห็นพี่จ๊อบวิ่งผ่านหน้าร้านไปอย่างรีบเร่ง ด้วยความขี้เกียจ คิดในใจไปว่า "พี่จ๊อบวิ่งอย่างนั้นแสดงว่าคงยังรีบอยู่ คงยังจะไม่ว่างคุย" แต่ด้วยเวลาที่นั่งมาเนิ่นนาน คาดว่าหากนั่งต่ออีกหน่อยคงจะได้กลายเป็นเมียเจ้าของร้านเป็นแน่ เลยรีบไปดีกว่า... เดินเข้าไปหาพี่โดมในห้องแต่งตัว เห็นตุ้ยนอนเด่นเป็นสง่าอยู่บนโซฟา
กูหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ กูก็นั่งๆๆๆๆๆรอไป กูกะตุ้ยแอบเหลือบมองหน้ากันแบบงงๆเป็นระยะ จนกูตัดสินใจได้ว่ากูจะหลับบ้างดีกว่า หุหุ แต่พอดีโทรศัพท์ดังขึ้น ด้วยนิสัยขี้นินทาของกู จึงกะจะเดินออกไปรับข้างนอก สวรรค์โปรด.......การรอคอยของกูก็สิ้นสุดลง พี่จ๊อบยืนอยู่หน้าห้องพอดี กูจึงจัดแจงพาพี่จ๊อบเข้ามานั่งคุยกันข้างใน เพื่อเป็นการรบกวนตุ้ยไม่ไห้ได้หลับได้นอนไปในตัว ...เอิ๊กกก
นั่งๆคุยๆกันไปสัพเพเหระ ก็ถึงเวลาที่ตุ้ยต้องลุกไปซ้อม ตุ้ยเดินมาหวัดดีพี่จ๊อบหนึ่งที หันมาหวัดดีกูอีกหนึ่งที กูใช้เวลายิ้มงงๆไปประมาณ 2 วิครึ่ง แล้วรีบยกมือรับไหว้แบบงงๆแทบไม่ทัน ตายแล้ว.............กูดูเป็นคนควรค่าแก่การไหว้ขนาดนั้นเชียวหรือ? ไม่เอานะ...ไม่แก่นะ!!!! พอตกลงเรื่องงานกันเสร็จ สรุปว่าเดี๊ยวจะไปลองฝึกงาน creative ดูก่อนซัก 1 อาทิตย์
แล้วค่อยว่ากันว่ากูจะไหวป่าว.......สงสัยสารรูปกูคงดูเหมือนจะทำไม่ได้ ทันใดนั้นพวก AF ที่เพิ่งซ้อมกันเสร็จก็เดินเข้ามาในห้องแต่งตัว ประมาณได้ 10 กว่าคน เท่าที่จำได้ก็มี ตุ้ย โด่ง ตูน ซาร่า เปรี้ยว ฯลฯ ทุกคนมองกูประหนึ่งว่ากูเป็นผู้มีอุปการะคุณ ส่วนตุ้ยก็ยิ้มน้อยๆแถมให้กูอีกหนึ่งที ประมาณว่าผ่านการไหว้กันมาทีนึงแล้ว กูรีบคว้ากระเป๋าแล้วจ้ำออกไปจากห้องแทบไม่ทัน เพราะกลัวว่ามันจะชักชวนเพื่อนให้มาไหว้กูอีก ฮ่าๆๆๆ หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวต่อกับเฟรมและพีท ซึ่งภายหลังพยายามชักชวนโน้มน้าวให้กูอยู่ต่อ
แต่ด้วยความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวของกูทำให้กูตัดสินใจอดเปรี้ยวไว้กินหวาน รีบกลับบ้านเป็นเด็กดี เจอกันครั้งแรกพีทก็รุกชวนกูเที่ยวจนกูแทบเอาตัวไม่รอด แถม offer จะไปส่งกูที่บ้านด้วย เออ...............แฟนมึงดี.......อย่าให้กูมีบ้างแล้วกันเฟรม!!!!! เชอะๆๆ I don't know what it is
That makes me feel like this I don't know who you are But you must be some kind of superstar Coz you got all eyes on you no matter where you are 2006/11/19 illusory lifeคนหลายคนที่เคยเชื่อมั่นในตัวฉัน เข้าข้าง สนับสนุนฉันเสมอมา ตอนนี้คงกำลังเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าคนอย่างฉันจะคู่ควรกับสิ่งที่เค้าให้ คงกำลังสงสัยอยู่ว่า "หรือยัยนี่มันจะเป็นคนไม่เอาถ่านจริงๆวะเนี่ย?" แอบสงสารและเกรงใจผู้คนเหล่านั้นเหมือนกัน อีกใจก็แอบกลัวอยู่ลึกๆว่าคนเหล่านั้นจะคิดผิดมาตั้งแต่ต้นจริงๆ อยากจะบอกเหลือเกินว่า "อย่าเพิ่งรีบถอดใจเลยนะคะ......หนูไม่อยากกลายเป็นคนไม่เอาถ่านไปจริงๆง่ะ" (เอ๊ะ.......หรือตอนนี้มันเป็นไปแล้ววะ?)
ฝากบอกแป้งที่มักจะรีบอยู่เสมอ "ตอนนี้กูอยากจะรีบบ้างแล้วง่ะ"
ผู้หญิงที่เคย(คิดว่าตัวเอง)เก่ง และอาจจะกำลังพาลคิดไปเองว่าตอนนี้ตัวเองยังเก่งอยู่ จะบอกให้ว่าอะไรที่มันเคยดี เคยเก่ง ตอนนี้มันถูกไถกลบแทบไม่เหลือซากแล้ว ตอนนี้นึกอยากกลับไปลงทะเบียนเข้า Class ของอาจารย์อีกรอบจังเลยค่ะ เผื่อจะได้เอาความรู้และความเป็นแก่นสารกลับเข้ามาในหัวหนูอีกครั้ง คิดเลขง่ายๆก็ไม่คล่องเหมือนที่เคยเป็น ภาษาหนูก็ห่วย เกลียดตัวเองที่เรียนมา 18 ปีแต่ก็ยังไม่บรรลุเป้าหมาย
หนูไม่เคยเข้าใจ tense ได้อย่างทะลุปรุโปร่งเลยซักครั้ง
หนูไม่เคยทำข้อสอบ reading โดยการอ่านมันจริงๆเลยด้วยนะ หนูเป็นเด็กศิลป์คำนวนที่ไม่เคยรู้ว่าตรีโกนมิติ หรือไอ้ sine cos tan มันคืออะไร หนูก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่า matrix มันเป็นยังไง รู้แค่ว่าในเวลาต่อมาก็ได้ยินมันกลายมาเป็นชื่อหนัง หนูไม่เคยแก้สมการที่ซับซ้อนในข้อสอบได้เลย ทั้งหมดที่หนูรู้คือ บวก ลบ คูณ หาร และความน่าจะเป็น หนูมักจะใช้เวลาในห้องสอบหมดไปกับการหลับเพื่อรอเวลาออก เพราะหนูไม่เคยเสียสมองพยายามคิดมันเมื่อรู้ว่าคิดไม่ได้ หนูไม่เคยทำงานฝีมือ เย็บ ปัก ถัก ร้อย ในวิชางานบ้านได้ด้วยตัวเองจริงๆเลยซักครั้ง ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ถ้าหนูมองเห็นทางลัดเผื่อเดินไปสู่จุดหมาย หนูมักจะเลือกเดินทางนั้นทุกครั้งไป ไม่มีวันไหนที่หนูไม่แอบหลับ หรือ แอบกิน หรือ แอบอ่านการ์ตูนในห้องเรียน (มันจะต้องมีสักอย่างในแต่ละวันล่ะน่าาา) หนูดวงดีอย่างแรงเรื่องการเรียน เพราะไม่หนูไม่เคยแน่ใจในที่มาของเกรด 3 กว่าๆของตัวเองเลยสักครั้ง หนูมีความสามารถในการสร้างภาพลวงเพื่อให้บรรดาผู้ใหญ่ ครู อาจารย์ เจ้านาย คิดไปว่า "หนูมีความสามารถ" ได้เสมอ เอ๊ะ......หรือทั้งหลายทั้งปวงในชีวิตเป็นการสร้างภาพลวงให้ตัวเองดูเนี่ย!!!?
ปล. วันนี้นั่งอ่าน forward mail ที่มีบอกตอนท้ายให้ส่งต่อไม่งั้นแล้วจะเป็นโน่นโดนนี่ ทำให้กูแอบใช้สมองอันปัญญาอ่อนไปในทางวิตกจริตนิดๆ เอ...หรือว่าเพราะกูไม่ยอมส่ง e-mail พวกนั้นวะ คำสาปแช่งทั้งหลายนั้นมันเลยมาตกที่ตัวกู ถ้าไม่ส่งจะให้ขึ้นคานบ้างล่ะ ให้อกหักรักคุดบ้างล่ะ และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายหลายแหล่.... ที่จริงแล้วกูแอบคิดกะตัวเองอยู่ตลอดแหละว่าคำสาปแช่งทางไสยศาสตร์มันคงจะมาสถิตอยู่ใน e-mail ไม่ได้หรอก แต่หนังญี่ปุ่นแม่งชอบหลอกกู เอาผีมาใส่ในม้วนวิดีโอบ้างล่ะ (The Ring) ใส่ในโทรศัพท์บ้างล่ะ (One Missed Call) ใส่ในคอมพิวเตอร์บ้างล่ะ (Kairo) เดี๊ยวเหอะนะ....อย่ามา...อย่ามา... เดี๊ยวกูเกิดเชื่อจริงๆขึ้นมา กูจะปัญญาอ่อนมิใช่น้อยยยยย~
ปล. (อีกอันนะ) มีคนบอกกูว่าองค์รัชทายาทชินอายุ 24 แล้ว...........อ่ะนะ กูไม่ได้ชอบเด็กซักหน่อย หุหุ
2006/11/18 kee mao galsa few day ago, we (kae wi & me) had a meeting @siam. i wasted my time n calories finding 'Tepunyaki' in MBK. i didn't understand why they had to meet there but everything in my head juz disappeared when i saw them coz all we did on dat time is talkin' talkin' & talkin'...
kae asked me "want some beer?" ....... i immediately exclaimed "u mean now!!??" (it was almost 2 in di afternoon & we were in japanese restaurant) then i stopped n thought n told myself "don't act like u never do dat before" in fact, we used to drink at noon beneath da strong sunshine on da beach... so i said "yes, why not?" dis time we'll do it again in front of a stove ~hahaha~ we spent about 2 hours there w/ 6 bottles of Heineken. juz can't believe ourselves!!! i feel like we r 3 old guys who hav to drink after their meal as a rule... after dat, we got slightly drunk but still walked all around Siam Square & Siam Center.
it continued to our dinner @suan-lum night bazaar. there was Thaitanium's gig @BEC TERO hall on dat day and wi's sis went to see dis show, so we had to do sth for killin' time & waiting for her. we started walkin' again ...kae got a shirt & i got two... our feet n legs were exhausted then we stopped and.....
...
and
...
...
CHEERS !!!!!!
beer again :p
2006/11/16 a song for you galsฉันรู้เธอไม่สบายใจ ฉันรู้มีใครมากมายนั้นมองเธอผิด
สิ่งที่เธอคิดไม่มีใครเห็นและเข้าใจ ถึงแม้ว่าใครจะยังไง ถึงแม้ว่าใครต่อใครไม่ให้โอกาส
ในวันที่แพ้ที่เธอทำพลาด จะวันไหน ฉันอยากจะขอให้เธอเข้าใจ ต่อให้ใครไม่รัก ต่อให้ใครไม่สน
แต่อยากจะขอให้เธออดทน ไม่ต้องไปหวั่นไหว ต่อให้ดาวหมดฟ้า ต่อให้คนทั้งโลกไม่เข้าใจ แต่รู้ไว้อย่างได้ไหมว่าฉันนั้นรักเธอ ฉันรู้ว่าเธอพยายาม และรู้ว่าเธอนั้นทำด้วยความตั้งใจ
สิ่งที่เธอคิดนั้นช่างยิ่งใหญ่ ได้ยินไหม อยากให้เธอรู้และให้เธอเข้าใจ 2006/11/12 da nice rich chic gal & her gorgeous exกรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ดดดดดดดดดดดด
ความอิจฉามันแน่นอก
ความริษยามันสุมทรวง
ความร้อนมันเผาผลาญดวงตา
why why why huh??
อย่าให้มีบ้างก็แล้วกัน ฮือ..ฮือ.. T_T
ของสูงแถมอยู่ไกล แต่อุตส่าห์ได้มาเชยชม
แต่ขอโทษนะ เพิ่งนึกได้ว่า........นั่นมันเป็นอดีตไปแล้วนิ
ปัจจุบันก็แค่ "พี่ต่าย" หุหุ
เชอะ เชอะ เชอะ เชอะ เชอะ
ไม่ปลื้มมมมม...จบ!!!
อยากออกไปเปิดหูเปิดตา แต่มัวอยู่ในกะลา
ร ะ วั ง ห ม ด อ า ยุ !!!
2006/11/5 sincerely yoursไม่กี่วันมานี้กูคิดอะไรต่อมิอะไรออก และได้ความรู้อะไรหลายอย่าง
- กูและเพื่อนอัพ blog กันแบบส่วนตัวมากๆ มีแต่คำว่า กูๆมึงๆ - แต่ก็ใช่ว่าสเปซพวกเราจะมีคนเข้ามาอ่านเป็น public ซะกะหน่อย แม่งก็อ่านกันอยู่ไม่กี่คนนี่แหละ - นิสัยเสียบางอย่างของกูก็ถูกปลูกฝังมาจากครอบครัวกูเนี่ยแหละ - แม่บอกว่า "เจเน็ตไปหัดตีกอล์ฟสิลูก" - และเหตุผลของข้อข้างบนคือ "เผื่อจะได้เจอสามีรวยๆที่สนามกอล์ฟ" ฮ่าๆๆๆ - ทัศนคติที่ดูมักง่ายอะไรทำนองนี้ลุกลามไปถึงหลานสาววัย 12 ขวบของกู - ขยายความจากข้อข้างบน กูถามว่า "เฟิรสท์โตขึ้นอยากเป็นอะไรลูก?" - และคำตอบของบรรทัดก่อนหน้านี้คือ "อยากเป็นคนรวย" ....!!!! - Golf & Mike เป็นพี่น้องท้องเดียวกันกับ Sand & Bank - ดูเหมือนกูจะโง่ไม่รู้อยู่คนเดียวด้วยนะเนี่ย - ชมพู่อยากมีแม่เป็นทาทา กูโคตรจะขำตอนเห็นมันเต้นท่าเดียวกับทาทา - ท่าเต้นชมพู่ของแท้ต้องยกชายกระโปรงขึ้นโชว์กางเกงในด้วยนะ - อีเก๋พูดกะต้อมว่า "ว่าเจ๊หมูเหรอ?" (เจ๊หมู = แม่ของอีเก๋ & ชมพู่) - ชมพู่ได้ยินดังนั้นรีบตะโกนถามด้วยเสียงแสลนแปร๋นว่า "ว่าอะไรทาทา...ฮ๊าาา??" - กูโคตรจะขำๆๆๆๆๆ ขำแล้วขำอีก ขำแล้วก็ยังขำอีก - กูไม่อยากออกไปลอยกระทงกับคนมีแฟน ฉะนั้นกูจึงตัดปัญหาโดยการพาหลานแฝดไปลอยที่สระแถวบ้าน - ถ้าถามใบตอง & ใบเตยว่า "พ่อไทด์ไปไหน?" จะได้คำตอบว่า... "พ่อไทด์ไปถ่ายคอน" (คอน = ละคร) - ถ้าถามใบตอง & ใบเตยว่า "มาม้าไปไหน?" จะได้คำตอบว่า... "มาม้าไปขายเพชร" - และไม่ว่าจริงๆแล้วเค้าเหล่านั้นจะไปที่ไหน เราก็จะได้ยินคำตอบเดิม ตามที่เด็กได้ถูกฝึกมาอย่างดี - เด็กเหมือนผ้าขาว จะดีจะเลวก็อยู่ที่คนระบายสีเนี่ยแหละ (คนระบายสี = คนเลี้ยง) - ทรงผมทำให้คนดูดีขึ้นได้จริงๆ - ลองนึกหน้า Golf & Mike ตัดผมทรงทหารเกณฑ์ดิ .....ดูไม่จืด!! - อย่าเพิ่งเถียง... กรุณาไปมองหน้ามัน 2 คนชัดๆอย่างพินิจพิจารณาอีกครั้ง - เมื่อตัดผมทรงดูดีมาแล้ว กรุณา set มันด้วย - บรรทัดข้างบนเป็นบทเรียนจากที่กูได้เห็นน้องๆ "G-JR" ก่อนแต่งหน้าทำผมที่หลังเวที - ปล. set ให้มันปิดๆหน้าหน่อยก็ดีนะน้อง ให้เห็นวับๆแวมๆพอ - ด้วยความปรารถนาดี (จากพี่คนสวย) นะจ๊ะน้องๆ 2006/11/3 favourite quoteช่วงนี้ Blog เพื่อนๆมีแต่อะไรที่เกี่ยวกับคำพูด คำติดปากขำๆของพวกเรา หลังจากกูได้อ่านของอีป้าแป้งแล้ว กูก็จัดการนั่งอัพของตัวเองต่อทันที (เมื่อหลายวันก่อน) กูนั่งพิมพ์นานมาก แต่คอมฯ "โคตรทำร้ายกูเลย" พอกูพิมพ์จะเสร็จ......แม่ง error "ซะงั้นน่ะ" กูคิดในใจว่า "ก็เหี้ยแล้ว" อุตส่าห์นั่งพิมพ์ตั้งนาน กูเลยไม่มีอารมณ์อัพและพิมพ์ใหม่ ต้องปล่อยให้ออยมันตัดหน้าขโมยเรื่องกูไปอัพ นิสัยไม่ดี แงๆๆๆๆ
"ตัดช่องน้อยแต่พอตัว" คำนี้พวกเราใช้บ่อยเวลาเพื่อนทำตัวมักง่าย หรือทำอะไรดีๆให้ตัวเองคนเดียวไม่แบ่งปันเพื่อน อย่างเช่น เวลามีคนแอบไปทำมาม่ากินคนเดียวไม่บอกกล่าวใคร โดยเฉพาะช่วงหลังเที่ยงคืน แล้วดันเหลือเป็นห่อสุดท้ายนี่โคตรโกรธอ่ะ!!!
คำด่าและคำวิจารณ์ทั้งหลายแหล่ที่คนอื่นเข้าใจบ้าง หรือพวกกูเข้าใจกันเองบ้าง อาทิ "ราชภัฏ" "กะหลั่ว" "แสดง" "น่าเกลียดน่ากลัวเหมือนวัวตัวเดียว" ซึ่งจนทุกวันนี้กูยังไม่เคยเข้าใจว่าวัวตัวเดียวมันน่าเกลียดยังไง
ตอนนี้กูขอเอ่ยซ้ำ แบบมีคำอธิบาย....คำพูดที่กูประทับใจ เคยใช้บ่อยๆ หรือแม้แต่ได้ยินเพื่อนพูดบ่อย
"ช่างแม่ง.......เจอกันครั้งเดียว" อันนี้กูมักจะใช้บอกตัวเองและเพื่อนเวลาอยากจะทำร้ายใคร หรือแสดงนิสัยเสียๆของตนให้ประจักษ์แก่สายตาประชาชี
"ช่างแม่ง......ไม่ได้ขอข้าวมันกิน" อันนี้ใช้คล้ายๆข้างบน แต่ต้องเช็คเพื่อความแน่ใจอีกที ว่ากูได้เลือกทำร้ายผู้มีพระคุณหรือผู้ที่ทำตัวเป็นประโยชน์กะกูรึป่าว
"มึงขอข้าวมันกินป่าวล่ะ?" อันนี้กูใช้ถามเพื่อกระตุ้นต่อมนิสัยเสียของเพื่อน ยุแยงมันให้มีความมั่นใจและมีแรงฮึดในการทำร้ายผู้อื่น
"รักมันมากใช่มั้ย....ไปอยู่กับมันเลย" อันนี้อีวอใช้ด่าเวลามีเพื่อนที่เห็นผิดเป็นชอบ หรือเห็นของที่เป็นศัตรูกับมันเป็นของดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะได้ยินคำนี้หลังจากอีแชมป์พูดว่า "ก็เค้ารักกัน" ส่วนกูชอบใช้คำนี้เวลาอีเก๋ใส่เสื้อนักศึกษามีสาบหลังและเข็มขัดสีอ่อน
ไหนๆก็เริ่มด่าอีเก๋แล้ว ขอต่อๆๆๆ สมัยก่อนเพื่อนๆชอบเรียกอีเก๋ว่า "ลำหับ" กูเดาว่าคงเพราะทรงผมมันตอนนั้น ไปคล้ายคลึงกับทรงผมของตัวละครในวรรณคดีเรื่องเงาะป่า ถ้ากูจำไม่ผิดนะ
แล้วเวลาพวกเราพูดถึงเพื่อนๆกันเอง มักจะต้องเริ่มต้นสรรพนามว่า "ผู้หญิงคนนี้............" และคำเรียกจำกัดเพศแปลกๆ เช่น "เกย์คิง แต่งหญิง ไม่แสดงออก" ส่วนคำที่อีวอใช้บ่อยๆเวลา chat คือ "เบิร์ดคับ รับคับ......" ตามด้วยตัวเลข น้ำหนัก ส่วนสูง หรือสัดส่วนอะไรก็ว่าไป ตอนแรก....มองดูแล้วกูก็งงนึกว่าเป็น code ลับซับซ้อนอะไรซะอีก ปล. ของแท้ original คำว่าครับ ห้ามมี ...ร...
ในกรณีที่ต้องการบอกปริมาณ จำนวน ความเข้มข้น หรือขนาดที่มากมายของสิ่งใดก็ตาม (เป็นไปในทางประชด) จะใช้คำว่า "......เกิ๊นนนนนน" ตามหลังคำคุณศัพท์นั้นๆ เช่น สวยเกิ๊นนนนน เป็นต้น
พอก่อนแล้วกัน ตอนนี้ยังนึกคำอื่นไม่ออก จบ.....ปิดอัลบั้ม!!!
|
|
|