jaNet 的个人资料Oº°‘¨ jaNet's space ¨‘°º...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


2006/8/31

no..no..no

 
ป่าวนะ... ฉันไม่ใช่ผู้หญิงหัวโบราณ ไม่ใช่ conservative ไม่ใช่อนุรักษ์นิยมอะไรทั้งนั้นแหละ!!!
พิสูจน์ได้จากที่หมอลักษณ์ฟันธงบอกว่า "ผู้หญิง conservative หัวโบราณจะไม่ชอบทาทา"
 
 
และนี่คือข้อพิสูจน์

1. ฉันชอบทาทา ฉันชอบสิ่งที่เธอเป็น พูด คิด และแสดงออก

2. ฉันชอบผู้หญิงเซ็กซี่.......

3. ฉันชอบมองผู้หญิงแต่งตัวจัดๆ แต่ไม่เอาดาวโป๋นะ

4. ฉันชอบที่พวกเธอมีดีให้โชว์ แต่โชว์พองามนะ

5. ฉันชอบผู้หญิงมีหน้าอก เพราะถ้าแบนเป็นไม้กระดาน ต่อให้ใส่เสื้อสวยแค่ไหนก็ไม่สวย (ว่าตัวเองอยู่ช่ายมั้ยเนี่ย อิอิ)
 
6. ฉันชอบผู้หญิงมีสะโพก เพราะถ้าก้นปอดตูดลีบ ต่อให้ใส่กางเกงทรงสวยแค่ไหนก็ไม่สวย
 
7. ฉันชอบผู้หญิงทาเล็บสีเข้มๆ ไม่ก็แดงสดไปเลย เห็นชัดดี
 
8. ฉันชอบมองขาเรียวๆของผู้หญิงเวลามันก้าวสลับไปมาอยู่บนรองเท้าส้นเข็มสูงปรี๊ดดดด
 
9. ฉันชอบผู้หญิงแต่งหน้าจัดๆ แต่ไม่เอาหน้าโบ๊ะนะ
 
10. ฉันชอบเวลาได้สัมผัสใกล้ชิดหรือได้หัวเราะกับผู้หญิงสวยๆ เพราะมันทำให้รู้สึกเหมือนเราเป็นพวกเดียวกัน ฮ่าฮ่า
 
11. ฉันชอบเวลาบรรดาเจ๊ๆแต่งหญิงเรียกฉันว่า "ลูกสาว" เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเราเป็นพวกเดียวกัน ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า
 
12. ฉันชอบมองผู้หญิงใส่บิกินี่ตามชายหาดมากกว่าชอบมองผู้ชาย
 
(เอ๊ะ....เดี๊ยวนะ !! ตกลงทั้งหมดนี่มันข้อพิสูจน์ว่าฉันไม่ได้หัวโบราณ หรือข้อพิสูจน์ว่าฉันเป็นเลสเบี้ยนกันแน่วะเนี่ย 555)
 
13. ฉันชอบเวลาเจ๊ๆเข้ามาถามอย่างตื่นเต้น ว่าคนนั้นใครยะ เป็นไง แฟนเหรอ หรือกิ๊ก (ทั้งๆที่ฉันมีปัญญาหาได้แค่เพื่อนเท่านั้นล่ะ)
 
14. ฉันชอบที่เจ๊ๆไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่ฉันเดินด้วย กินข้าวด้วย ช้อปปิ้งด้วย ดูหนังด้วย หรือขึ้นรถไปด้วย จะเป็นเพื่อนกัน
 
15. ฉันชอบที่ไม่มีใครเคยเอาป้ายมาแขวนคอหรือเขียนไว้บนหน้าผากบอกว่า "เพื่อนกัน" เพราะฉะนั้นฉันก็จะไม่ทำมันหรอกนะ อิอิ
 
(ตอนมัธยมฉันเคยถูกมองว่าเป็นคนถือตัวและวางตัวได้อย่างระมัดระวัง เพราะฉันจะไม่เดินกับผู้ชายหน้าไหน 2 ต่อ 2 ถ้าไม่จำเป็นสุดๆ
ถึงแม้คนๆนั้นจะเป็นเพื่อนก็ตาม   ......แต่ตอนนี้อะไรๆมันเปลี่ยนไปแล้ว หุหุ)

 
16. ฉันชอบเวลาเห็นเพื่อนมีความสุขกับการหวั่นไหว เพราะฉันไม่เคยทำได้ (ยกเว้นกับพระเอกใน series เกาหลีอ่ะ เหอๆ)
 
17. ฉันชอบความจริงที่ว่าหญิงชายไม่มีวันเท่าเทียมกัน ก็เพราะผู้หญิงเหนือกว่าเห็นๆอ่ะดิ
 
18. ฉันชอบประโยคที่ว่า Men give, women receive.....  เพราะว่า  it's by logical destiny  ไงล่ะ
 
19. ฉันชอบและนับถือผู้หญิงที่ทำศัลยกรรม เพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าเธอต้องการอะไร และกล้าหาญพอที่จะเจ็บปวดเพื่อแลกกับมัน
 
(ฉันใช้เวลากว่า 10 ปี ตั้งแต่ ป.6 ถึง ปี 4 ในการลังเลที่จะดัดฟัน เพราะกลัวเจ็บและกลัวการถอนฟัน......เฮ้อออ)
 
20. ฉันชอบที่ฉันมีเพื่อนครบทุกเพศ ไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง เกย์หนุ่ม เกย์สาวแสดงออก เกย์สาวไม่แสดงออก เกย์รุก เกย์รับ เกย์both
กะเทยแปลงเพศที่สวยกว่าผู้หญิง กะเทยที่สวยกว่าผู้หญิงแต่ยังไม่แปลงเพศ ทอมแท้ ทอมเรียกร้องความสนใจ ทอมกลับใจ
ดี้ เลสเบี้ยน ไบ หรือแม้แต่เพศสุดมั่วอย่าง "Bi-both"
 
(หวังว่าคงครบหมดทุกเพศแล้วนะ....)
 
 
2006/8/29

Lovely & Conservative

 
มีผู้ชายคนนึงบอกว่าฉันเป็น "ผู้หญิงน่ารัก"
แอบเสียใจเล็กน้อยที่
ข้อหนึ่ง : คนพูดเป็นผู้ชายที่ชอบผู้ชาย
ข้อสอง : คนพูดมันบอกว่าไม่ได้หมายถึงหน้าตา
แล้วน่ารักตรงไหนกันวะเนี่ย?
ม่ายเอา ม่ายอาววว... อยากน่ารักที่หน้าตาง่ะ  ฮ่าฮ่า
 
แหะ ๆ ๆ น่ารักที่จิตใจเนี่ย จะมีใครพอมองเห็นบ้างไหมคะ
พี่ปั๊บบอกว่า "คนดีไม่มีที่อยู่"  แถมพี่เบิร์ดก็บอกอีกว่า "เป็นคนดีแล้วมันไม่มีใคร"
เพราะพี่ๆทั้งหลายประโคมกันเป่าหูล่ะมั้ง คนเดี๊ยวนี้ถึงไม่ค่อยอยากจะเป็นคนดีกันเท่าไหร่
 
อีกอย่างที่เพิ่งมีคนบอก ก็คือ ฉันเป็นผู้หญิงที่มีความคิด conservative มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกที่มองเห็นมากมาย
"conservative นี่มันยังไงอ่ะ? อนุรักษ์นิยม? กูเนี่ยนะ!!!"
ฉันรู้ดีว่าฉันคงไม่ใช่ถึงขนาดหญิงไทยใจงามทุกกระเบียดนิ้ว
ฉันดื่ม ฉันเที่ยว ฉันยอมปล่อยให้ตัวเองเมาบ้างนานๆครั้ง และครั้งเดียวในชีวิตที่ผลมันออกมาเลวร้ายสุดๆ
(ครั้งอื่นๆที่เหลือเลวร้ายพอประมาณ 555)
"หวังว่ามึงคงไม่ได้หมายความว่ากูโบราณหรอกนะ...ฮ่าฮ่า"
 
ในสังคมที่เราอาศัยอยู่มันมีสิ่งล่อตา ล่อใจ และล่อให้เงินมันออกมานอกกระเป๋ามากมายเหลือเกิน
ฉันรับไม่ได้กับบางอย่างที่คนอื่นๆทำ แต่ฉันพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่มองว่าฉันอยู่เหนือกว่าผู้คนที่ทำมัน
ในขณะที่คนอื่นๆก็คงรับไม่ได้กับบางอย่างที่ฉันทำ และฉันหวังว่าคนเหล่านั้นก็คงไม่ได้มองว่าฉันต่ำไปกว่าพวกเธอนัก (หวังว่า..อ่ะนะ)
เพราะคนทุกคนคงมีเหตุผลของตัวเอง เมื่อคิดหรือตัดสินใจทำอะไรลงไป
และคงเพราะบางสิ่งที่ฉันไม่ทำ มันเลยมาประจวบเหมาะกับคำว่า conservative ที่เค้าให้พอดี
 
เมื่อก่อนตอนสมัยสาวๆ (ระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา)
ฉันเคยรู้สึกแย่กับอะไรหลายๆอย่างที่ฉันได้ทำลงไป ฉันเคยรู้สึกแย่ยิ่งกว่ากับสิ่งที่คนอื่นๆทำ
แต่เมื่อสถานการณ์ดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง แล้วเราพบว่า...เราก็ต้องทำมันเหมือนกัน
ถึงตอนนั้นแหละ เราจะยิ่งรู้สึกตะขิดตะขวงใจกับตัวเองมากขึ้น
คนหลายคนที่ฉันรู้จัก (รวมทั้งตัวฉันเองด้วย) มักจะจบลงด้วยการทำสิ่งที่ตนเองเกลียด
เกลียดที่จะทำ เกลียดที่เห็นคนอื่นทำ เกลียดผลของการกระทำนั้น
 
นั่นคือเหตุผลที่ฉันพยายามจะทำเข้าใจให้มากๆเข้าไว้ ก่อนจะโกรธ จะเกลียด จะพูด จะว่า หรือจะตัดสิน
ตอนนี้... ทำได้บ้างบางที ทำไม่ได้บ้างบางที
พยายามอย่างมากแล้วบางที หมดความพยายามบ้างบางที
แต่จะทำยังไงได้ล่ะ? ก็เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "มนุษย์" นี่
 
 
 
 
2006/8/27

Sornram - Peereeya - Chakrit

 
ความโง่ของกู....
นึกไม่ออกว่าไอ้ people who smoke ที่เขียนมาเกือบทั้ง essay
มันสามารถจะแทนที่ด้วยศัพท์ง่ายๆระดับประถมต้นอย่าง smoker
ทำไมตอนเขียนกูนึกไม่ออกวะ?
 
ความรู้ดีของพี่หนุ่ม...
ณ Japan บ่ายๆเย็นๆวันหนึ่ง
"แบบนี้ไง... เราก็จำไฟตามป้ายโฆษณาพวกนี้เอาไว้ เวลากลับจะได้ไม่หลง"
ณ Japan ห้าทุ่มกว่าๆ
หลงง่ะ!! หาทางกลับโรงแรมไม่ถูก เพราะไฟตามป้ายโฆษณามันปิดไปหมดแล้วไง  -_-"
 
ความดัดจริตของชาคริต...
พี่คริตบอกว่าในการแสดง Bangkok Dangerous ฉบับ Hollywood Remake ครั้งนี้
พี่แกจะต้องฝึกพูดภาษาอังกฤษ "แบบไม่ชัด" เพื่อให้เข้ากับบทบาท
โอ้ว........สำเนียงพี่แต่ก่อนเก่าคงประมาณ native speaker เลยกระมังคะ?
 
ความรู้ดีของพี่หนุ่ม... (ต่อ)
ณ Japan เรียกแท๊กซี่
" .....!$*@+_&$^%#%..... " (ชื่อถนนที่ตั้งของโรงแรมเป็นภาษาญี่ปุ่นที่กูจำไม่ได้)
ณ Japan ก็ยืนงงอ่ะดิ
แท๊กซี่ทุกคันได้ฟังดังนั้น ก็ทำหน้าเหมือนโกรธกันมา 1 ชาติ แล้วขับหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
 
ความโง่ของกู...
เข้าใจมาตลอดว่า น้องแต๊ง-หินกลิ้ง เป็นรุ่นน้องและเป็นเด็กกะหลั่วๆทั่วไป
ทั้งที่จริงแล้วน้องแต๊งเป็น "พี่แต๊ง" เป็นคนมีการศึกษา(ดีมาก) และมีฐานะ(ดีมาก)
 
ความรู้ดีของพี่หนุ่ม... (ตอนจบ)
ณ Japan เมื่อปัญญาบังเกิด
"อ๋อ...ไอ้ที่เรายืนอยู่นี่แหละ ถนน .....!$*@+_&$^%#%..... "
 
 
ส รุ ป ว่ า . . .
พี่หนุ่มรู้ดีพอๆกับที่กูโง่  แต่ชาคริตนี่ดัดจริตกินขาด!!!
 
 
 
2006/8/21

Dream hunter and the loser's dream

 
และแล้วก็ถึงเวลา
และแล้วเธอก็ต้องไป
ฉันก็เข้าใจ.......
 
เพราะเสียงนายมันห่วยมาก!!!
 
คิดไว้อยู่แล้วเชียวว่าน้องตูนต้องกระเด็นออกไป
เตือนพี่ตุ้ยแล้วว่าให้ช่วยดึงน้องกลับมาหน่อย น้องมัน(เสียง)หลงออกไปโน่นแล้ววววว
แต่ไม่เป็นไรนะจ๊ะน้องตูน เผอิญพี่ไม่ชอบดูคนที่ความสามารถ....พี่ดูคนที่หน้าตา อิอิ
 
และแล้วตอนนี้ผู้ชายไม่มีม้ามก็ออกจากโรงพยาบาลแล้ว
มันด่ากูว่า "มึงบ้าป่าว...ร้องทำไม?" ตอนกูบอกมันว่ากูร้องไห้อย่างหนักไป 2-3 วัน
"มึงแหละบ้า!! มึงไม่ได้มาเห็นตัวมึงตอนเพิ่งออกมาอยู่ห้อง ICU นี่หว่า"
 
ส่วนผู้หญิงชื่อออย ก็ยังไม่ส่งข่าวกลับมาว่าเป็นตายร้ายดีเช่นไร
 
ส่วนป้าแป้งก็บ่นอยากกลับบ้านซะงั้น นักเรียนไทยขี้โม้ ขี้อวด ขี้จิกกัด มันคงมีอยู่เยอะในอังกฤษแหละมึง
เพราะถ้ามันไม่รวย มันคงไม่ไปเรียนอยู่โน่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็อยู่ที่สันดานคนอ่ะนะ
มึงคงต้องอดทนไปก่อน อิอิ
 
ส่วนกู...ไม่คิดฝันว่ากูจะเป็นคนนิสัยแย่ได้ถึงขนาดนี้
เป็นคนที่ไม่มีตัวตนอยู่ในโลกของคำว่า "อาชีพ" และ "ความขยัน"
 
คืนก่อนกูฝันว่ากูไปสนามบิน ที่ไม่มีอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง (ไม่ใช่ดอนเมืองและไม่ใช่สุวรรณภูมิ)
กำลังจะขึ้นเครื่องบินไปเรียนต่อ (ที่อเมริกาซะด้วยนะ...ไม่รู้กูคิดได้ไง)
กูเจอเพื่อนมากมาย ทั้งเพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ จากทุกสถาบันที่กูเคยผ่าน
เพื่อนทุกคนมีตัวตนอยู่ในทุกหนทุกแห่งของความฝันกู
บางคนเป็นเจ้าหน้าที่ในสนามบิน บางคนเป็นแอร์โฮสเตส บางคนขึ้นเครื่องบินไปกับกู
บางคนมาส่งกู บางคนมาส่งเพื่อนกู บางคนเดินผ่านไปมาบนถนน
แล้วบางคนก็เสือกมีบ้านอยู่ติดกับสนามบิน (กูเห็นตอนนั่งรถเข้าสนามบิน ฮ่าฮ่า)
โหยยยย...โคตรหลอนอ่ะมึง คนที่กูไม่เคยคิดถึงหรือนึกถึงก็ดันมาปรากฏในความฝันของกู
ตอนตื่นขึ้นมา กูเลยนึกถึงมันเพราะเพิ่งฝันเห็นมันนี่แหละ
จิตใต้สำนึกคนเราแม่งโคตรน่ากลัว เพราะมันเสือกจำสิ่งที่กูลืมไปแล้วได้
 
เอาล่ะ....จบ
 
 
 
2006/8/18

pretty but poor

 
ไม่ได้อัพ Blog มาสักพัก เพราะเข้า space ของใครผ่าน MSN ไม่ได้เลย นอกจากจะเข้าผ่าน URL
ไม่รู้ทำไมช่วงนี้ MSN Space ดูเดี้ยงๆชอบกล

แล้วก็มัวแต่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับความจนของตัวเอง ผู้หญิงจนๆที่มีเพื่อนกลายเป็นผู้ชายไร้ม้าม
ถ้าอยากรู้รายละเอียด เดี๊ยวบอกให้เจ้าตัวมันทำเป็นสารคดีเผยแพร่ ไม่ก็จัดงานแถลงข่าวไปให้รู้แล้วรู้รอด

ถัดจากเรื่องผู้ชายพิการไม่มีม้าม ก็มาเป็นเรื่องผู้หญิงชื่อออย ผู้หญิงคนนี้เก่งกาจมากมาย
ป่านนี้เครื่องบินที่มันนั่งคง landing ลงที่ Australia เรียบร้อยแล้ว
ไม่รู้เหมือนกันว่ามันไปอยู่ยังไง ใครมารับที่สนามบิน จะไปนอนที่ไหน จะไปทำอะไร
ถึงเราจะไม่รู้ แต่เจ้าตัวมันคงรู้อยู่ในหัวของมันเอง ตาม concept ของมัน

ต่อมา...ว่ากันด้วยเรื่องแฟนจ๋าที่อยู่ไกลกัน (ของคนอื่นเค้า)
พี่อ้อไปเรียนที่ Aus แต่มีแฟนไปเรียนที่ US
นันไปเรียนที่ US แต่มีแฟนไปเรียนที่ Aus
เฮ้อออ  ก็บ่นๆกันไปว่าเวลาโหดมาก ทำไมไม่สลับคู่กันไปให้รู้แล้วรู้รอดเลยวะเนี่ย
ไม่ก็ไปหาที่เรียนประเทศเดียวกันหน่อยก็ไม่ได้  น่าสงสารอ่ะ......
 

"ไม่มีคำว่าไม่มีเวลา" แฟนนันบอกไว้ว่าอย่างงั้น
แล้วนันก็ทำตัวเป็นแฟนที่น่าร๊ากกกกกกกกกก โดยการเชื่อคำพูดนั้นและปฏิบัติได้ซะด้วย

เทคโนโลยียิ่งกว้างไกล แต่ความใส่ใจยิ่งน้อยลง
คำกล่าวนี้น่าจะตกไปนะ ความใส่ใจของคนมากขึ้นหรือน้อยลง จะเอาไปโทษเทคโนโลยีไม่ได้หรอก
เพราะบางคนก็ใช้มันให้เป็นประโยชน์เพื่อแสดงออกถึงความใส่ใจต่อกันและกันได้
ในทางกลับกัน... คนทีมันไม่คิดจะทำ ต่อให้เทคโนโลยีเกื้อหนุนหรือพัฒนาให้ง่ายแค่ไหน มันก็ไม่ทำ

พอดีกว่า.....เชิญแต่ละคนมีชีวิตของตัวเองไปละกัน มีความสุขก็อยู่ๆไป อยากทำอะไรเพื่อตัวเองก็ทำๆไป
ส่วนเราก็จะอยู่แบบ "สวยแต่จน" ตัวคนเดียวของเราไปละกัน อิอิ
 
 

PS
ไปไหนค่ำมืดดึกดื่น หรือกลับบ้านคนเดียว ระวังตัวกันหน่อย  เป็นห่วง....รักนะ (เด็กฉลาด)
 
 
2006/8/8

some guys - somewhere - many years ago

 
จู่ๆก็นึกถึงผู้ชาย (บางคน) ขึ้นมา ไม่มีอะไรพิเศษ แค่นึกขึ้นได้...แล้วขำ
 
 
ผู้ชายคนแรกชื่อ "เจษฎาภรณ์ ผลดี"
เรามีโอกาสพบปะกันแบบประชิดตัว 4-5 ครั้งด้วยกัน
ช่วงนั้นมันบ่อยซะจนคิดไปเองว่า "นี่กูคงต้องเป็นเนื้อคู่กับมันมาตั้งแต่ชาติปางไหนซักปาง"
 
เพราะพี่ติ๊ก เป็น.....
ผู้ชายที่พูดว่า "ขอโทษครับ" ตอนเดินเฉียดกัน (ไม่ถึงกับชน) ในซอยอันคับแคบที่มีคนเดินพลุกพล่าน
ผู้ชายที่ยิ้มและพยักหน้าให้ตอนเดินสวนกัน สาเหตุมาจากตัวอักษร ย.บ. ที่ปักอยู่บนหน้าอกเสื้อของฉัน
ผู้ชายที่ยิ้มและพยักหน้าให้ (อีกครั้ง) หลังจากเบรกรถเสียงดังเอี๊ยด เพราะฉันดันไปเดินตัดหน้ารถของเค้า
ผู้ชายที่ยิ้มและพูดกับฉันว่า "แล้วพี่จะรอดูนะคะ" ณ ที่ใดที่หนึ่ง หลายปีมาแล้ว
 
พี่ติ๊กไม่ได้หล่อมากมายแบบที่คนเค้าว่ากัน
พี่ติ๊กไม่สูง หรือเรียกง่ายๆว่า เตี้ย!!
พี่ติ๊กรักษาฟอร์ม วางมาด และขี้เก๊กจนน่าหมั่นไส้
พี่ติ๊กชอบทำสีหน้าเหมือนคิดอยู่ตลอดเวลาว่า  "ผมรู้ว่าผมหน้าตาดี"
แต่....สิ่งเดียวที่ทำให้พี่ติ๊กน่ารักได้ คือ เป็นคนชอบพูด "คะ" พูด "ขา" กับผู้หญิง  ฮ่าฮ่า
 
 
ผู้ชายคนที่ 2 ชื่อ "ดนัย จิรา"
เรามักจะเจอกันเป็นประจำอยู่แค่ 2 ที่ คือ หออินเตอร์ฯ กับ ที่เที่ยว (คงรู้นะว่าตอนมืดหรือสว่าง 555)
 
พี่แดน เป็น......
ผู้ชายที่เดินสวนกันแถวหอหรือร้านข้าว แล้วมักจะถูกแซว (โดยผู้หญิงสวย 4-5 คน อิอิ)
ผู้ชายที่บอกว่าจะไม่แต่งงานหากไม่มีบ้านอย่างน้อย 2 หลัง กับรถอีกอย่างน้อย 5 คัน
ผู้ชายที่เจอกันบ่อยๆตาม Brit Club, กึงกะมู, แจ่ม, นั่งเล่น หรือที่ไหนก็ตาม แต่ก็มักจะเคยเจอพี่เค้าซักหนล่ะน่า!!
ผู้ชายที่เจอกันในสตูดิโออัดรายการแห่งหนึ่ง แล้วก็มองหน้าฉันเหมือนกำลังคิดว่า "อีนี่ใช่คนที่เคยแซวกูบ่อยๆป่าววะ?"
(เด็ก)ผู้ชายที่ไปอัดรายการเกมส์โชว์กับพี่ชายหน้าใส และมีฉันนั่งดูอยู่ด้วยใกล้ๆ ณ ที่ใดที่หนึ่ง หลายปีมาแล้ว
 
พี่แดนไม่ได้หล่อมากมาย แล้วก็ไม่ค่อยมีใครชมว่าหล่อด้วย
พี่แดนหุ่นดี สูงใช้ได้
พี่แดนแอบขี้เก็กอยู่บ้าง หลงตัวเองบางที แต่น้อยกว่าพี่ติ๊ก
พี่แดนชอบทำสีหน้าเหมือนลืมตัวว่าเป็นน้องชายของ เจ มณฑล (อันนี้กูมั่ว เพราะกูชอบลืมเอง)
แต่....สิ่งเดียว (นอกจากสูง) ที่ทำให้พี่แดนน่ารักได้ คือ พี่แดนทำตัวเฟรนลี่และสนุกสนานทุกครั้งที่โดนสาวทักตามที่เที่ยว
 
 
ผู้ชายอีกคน ชื่อ "ซี ศิวัฒน์"
กรุณาอย่าถามนามสกุล เพราะ ขนาดชื่อเค้าฉันยังไม่รู้เลยว่าสะกดถูกป่าว
เราไม่เคยเจอหรือพบกันมาก่อน ...แต่ทำไมถึงมีประเด็นน่ะเหรอ?
 
เพราะพี่ซี เป็น.......
ผู้ชายที่ (เค้าว่ากันว่า) หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับคุณชายเบส (แต่ได้รับการยืนยันจากเจ้าตัวว่า พี่ซี หล่อกว่า)
ผู้ชายที่ฉันไม่เคยเจอ  แต่มาเหนือเมฆด้วยการเคยเจอแม่ของฉันแทน
ผู้ชายที่บอกแม่ฉันว่า "ผมไม่อยากได้แฟนเป็นดารา" ไม่กี่วันก่อนที่ฉันจะรู้ว่าเค้ามีแฟนชื่อ เอมี่ กลิ่นประทุม
ผู้ชายที่ฉันอาจจะเคยเดินผ่านโดยไม่รู้ตัว ณ ที่ใดที่หนึ่ง หลายปีมาแล้ว
 
พี่ซีไม่ได้หล่อมากมาย
พี่ซีไม่สูงมาก แต่ก็ไม่น่าจะเตี้ยขนาดพี่ติ๊กหรอกนะ...
พี่ซีรักษาฟอร์ม ทำตัวเรียบร้อยกับผู้ใหญ่ แต่ไม่ถึงกับขี้เก็ก (ก็แม่ว่างั้นน่ะ)
พี่ซีชอบทำปากกว้างตลอดเวลา (เอ๊ะ! มองในแง่ดี พี่เค้าอาจจะไม่ได้ตั้งใจทำก็ได้นะ แหะๆ)
แต่....สิ่งเดียวที่ทำให้พี่ซีน่ารักได้ คือ................... คือ......................................
 
ห า ไ ม่ เ จ อ อ่ ะ   ใ ค ร ห า เ จอ ช่ ว ย บ อ ก ที น ะ   อิ อิ
 
 
เพราะผู้ชายทุกคนน่าจะมีความน่ารักในตัวเองซักหนึ่งอย่าง - ว่ามั้ย?
เหมือนที่ผู้ชายคนนึงเคยบอกกับพวกเรา ผู้ชายคนนั้นเป็นใครจำไม่ได้ (ถ้ามึงจำได้...บอกกูหน่อย)
เค้าบอกว่า "ผู้หญิงทุกคนมีความน่ารักในตัวเอง" ณ ที่ใดที่หนึ่ง หลายปีมาแล้ว (ที่หอเอฯ ประมาณปี 1 ฮ่าฮ่า)
 
 
2006/8/7

things are gonna....

 
เมื่อมองไปรอบตัวและสะสมการรับรู้ข่าวสารทุกวัน....
มีความจริงนึงที่ฉันค้นพบ ก็คือ...
ฉันเป็นคนที่ในหัวยังคงมีภาพความรักหวานชื่นของ Gwyneth Paltrow กับ Brad Pitt วนเวียนอยู่
และสมัยที่ Tom Cruise กับ Nicole Kidman ยังมีภาพลักษณ์เป็นคู่ผัวเมียตัวอย่างแห่ง Hollywood
จนถึง ณ ตอนนี้ ทุกอย่างกลับตาลปัตร.....
ทุกคนที่กล่าวมาล้วนแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาไปกับคนอื่น หรือไม่ก็มีลูกมีเต้ากันไปเรียบร้อย
พอมารู้ตัวอีกที  > > >  ตายแล้ว!!  รู้สึกเหมือนทั้งหมดเพิ่งเกิดขึ้นภายในเวลา 5-6 เดือนให้หลังนี่เอง
แต่ข้อเท็จจริง ก็คือ Brad แต่งงาน (พ่วงด้วยใบหย่า) กับ Jennifer Aniston ไปแล้ว 1 รอบ
และมีลูกไปแล้วอีก 1 (+2) คนกับ Angelina Jolie
Gwyneth ได้ลูกสาวชื่อ Apple มาแล้วหนึ่งผลกับ Christ Martin
ส่วน Tom ก็เลิกกับ Penelope ไปแล้ว 1 รอบ ก่อนจะมาทำ Katie Holmes ท้อง ได้ลูกไป 1 คน
Nicole เพิ่งแต่งงานใหม่แล้วไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์หวานชื่นที่เกาะ Bora Bora กับ Keith Urban
 
อะไรกันนี่.... ทำไมทุกอย่างช่างเกิดขึ้นรวดเร็ว (ในโลกแห่งความคิดอันยุ่งเหยิงของฉัน)
ฉันจำไม่ได้จริงๆนะว่ามันผ่านไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
กะไม่ถูกด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เล่ามามันควรจะกินเวลาไปนานกี่ปีกี่เดือน
ฉันพบว่าตัวเองกลายเป็นคนในยุคก่อนเก่า... คนในยุคที่ Brad ยังเป็นแฟนกับ Gwyneth
หรือแม้แต่ยุคแห่งชีวิตครอบครัวของ Angelina กับ Billy Bob Thornton
ฉันรู้สึกเหมือนเพิ่งอยู่ในวัยนั่งดูทีวีและใฝ่ฝันว่าพออายุถึงแล้วจะไปประกวดนางสาวไทย
ความจริง ก็คือ ฉันอยู่ในวัยที่กำลังจะเกินมาตรฐานของกองประกวดอยู่รอมร่อ  ..ฮ่าฮ่า..
เป็นการเปรียบเทียบอ่ะนะ ไม่ได้อยากจะไปเป็นนางสาวไทยจริงๆหรอก
ความจริงอีกข้อ คือ คน Low-Tech อย่างฉันก็สามารถหยิบไขควงมาเปลี่ยนนู่นเปลี่ยนนี่ใน PC ได้ด้วยตัวเองแล้วซะงั้น!!
 
มีความจริงอย่างอื่นอีกมากมายที่ฉันค้นพบเมื่อเวลาและสถานการณ์รอบตัวมันเปลี่ยนแปลงไป
แต่ที่ฉันหาเจอน่ะ....ล้วนเป็นความจริงที่ไร้สาระทั้งนั้นแหละ