jaNet 的个人资料Oº°‘¨ jaNet's space ¨‘°º...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


2008/8/23

...MagiC mEmoRieS...

 
sat 23.08.08  05:39
 
 
ขอบคุณนะคะสำหรับเพลงเพราะๆ ที่หนูร้องตามได้ทุกเพลง
ขอบคุณสำหรับโชว์ดีๆคืนนี้ ที่ทำให้หนูสนุกสนานจนรู้สึกว่า การเสียเงิน 5000 บาท สำหรับคนบางคนมันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม
ขอบคุณความอบอุ่นเป็นกันเองที่พี่มีให้ทุกคน หนูไม่รู้ว่าจะตอบแทนให้พี่ได้ด้วยวิธีไหน นอกจากการตะโกนอย่างสุดเสียงจนคอเจ็บ
ขอบคุณที่ทำให้คนไม่เคยออกกำลังกายอย่างหนู ได้ออกแรงจนเรียกเหงื่อออกมาได้หลายถัง
ขอบคุณที่ทำให้หนูได้เห็นพลังความรักที่สวยงามของคนดูทุกคนใน hall
ขอบคุณที่ทำให้หนูเห็นภาพของบรรดาคุณป้า คุณย่า คุณยาย ที่ลุกขึ้นมาสนุกสนานเฮฮาด้วยกันแบบเฉพาะกิจในคืนนี้
ขอบคุณที่เป็นฝ่ายพูดทักหนูขึ้นมาก่อน ด้วยประโยคที่เกินความคาดหมาย และไม่คิดว่าจะได้ยินจากพี่ในชีวิตนี้
ขอบคุณที่โอบกอดหนูไว้อย่างอบอุ่น ในขณะที่หนูสั่นจนปากแทบยิ้มไม่ไหว
ขอบคุณมือที่บีบกระชับแขนของหนูจนแน่น รู้มั้ยว่ามันช่วยเพิ่มกำลังใจให้หนูได้มากมาย
ขอบคุณแก้มนุ่มๆใสๆของพี่ ที่มันอยู่ชิดซะจนหนูคิดอยากจะหันไปขโมยหอมซักที
ขอบคุณรอยยิ้มของพี่ ที่หนูเห็นแล้วไม่สามารถหุบยิ้มของตัวเองได้เลย
ขอบคุณสำหรับคำตอบของพี่ที่บอกว่า  "ไม่เหนื่อยเลยจ้ะ"  มันช่วยสร้างแรงใจทำให้หนูไม่อยากจะยอมแพ้อีกต่อไป
ขอบคุณสำหรับความทรงจำดีๆทั้งหมด ที่ไม่ว่าจะนึกถึงเมื่อไหร่ ก็ทำให้หนูยิ้มอยู่ได้คนเดียว
 
 
 
คืนนี้หนูสัญญาว่าจะนอนฝันดีค่ะ ^^
เพราะพี่เบิร์ดบอกหนูไว้ก่อนจะจากมาว่า  " ฝั น ดี น ะ จ๊ ะ "
 
 
 
ขอบคุณสวรรค์ที่อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต อนุญาตให้หนูได้มีโอกาสเป็น "หนึ่งในคนรอบตัว" ของผู้ชายที่ชื่อ ธงไชย แม็คอินไตร์
 
 
 bird01
 
 
 
ปล. ขอบคุณพี่ชายรุ่นใหญ่ เพราะถ้าไม่มีพี่ หนูก็จะไม่มีโอกาสได้รับประสบการณ์ดีๆอย่างที่เจอในคืนนี้
ปล. ร้องได้อีก เต้นได้อีก ยิ้มได้อีก รักกันได้มากกว่าเดิมอีก ^^
 
 
 
 
 
เรารับภาพความประทับใจต่างๆผ่านทางสายตาของเรา.....เราไม่ต้องมองมันผ่านเลนส์ หรือ view finder
เราเก็บความทรงจำดีๆเอาไว้ในใจ.....เราจะจำมันไว้ด้วยหัวใจ โดยไม่ต้องอาศัย memory card ใดๆ
เรายิ้มเมื่อเราเกิดความรู้สึกดีๆ.....แต่ที่ดีกว่านั้นคือ เราจะยิ้มได้อีกทุกเมื่อที่ต้องการ ไม่ว่ากี่ครั้งก็ตามที่เรานึกถึงมัน
สิ่ ง เ ห ล่ า นี้ คื อ ค ว า ม ท ร ง จำ ต ล อ ด ไ ป
 
 
 
 
2008/8/18

Brother Syndrome

 
Brother Syndrome คืออะไรน่ะเหรอ
ผู้หญิงอย่างหนูเนี่ยกำลังเป็นอยู่
 
สันนิษฐาน(เองคนเดียว) ว่าเป็นเพราะ
1 หนูไม่ได้อยู่กับพ่อ
2 หนูเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้อง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่ชายน้องชาย)
3 หนูเรียนโรงเรียนหญิงล้วนมาตั้งแต่เด็กๆ
4 บ้านเราเป็นบ้านที่มีแต่ผู้หญิงเยอะแยะเต็มไปหมด (โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงเป็นใหญ่ในบ้าน)
5 ผู้ชายที่มีอันน้อยนิดในบ้านเรา...ก็เจ้าชู้ขั้นเทพในระดับที่น่ากลัวกันทุกคน
 
หนูเลยรู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมาของหนูมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "ผู้ชาย" น้อยมาก
ตอนนี้เลยกลายมาเป็น Syndrome ชนิดหนึ่ง
ทำให้หนูมีเพื่อนผู้ชายมากมาย และทุกวันนี้พวกมันก็ไม่มีใครเห็นว่าหนูเป็นผู้หญิงซะบ้างเลย (- -")
 
the gang สาวๆของหนูก็มี แต่พวกเธอเหล่านั้นเป็นบุคคลถูกฟ้าคัดสรรมาเรียบร้อยแล้ว
ว่ามีคุณสมบัติที่หนูสามารถคบเป็นเพื่อน(สนิท)ได้อย่างไม่มีปัญหา
แต่สาวๆมากมายที่หนูเห็น มักจะ...
- เรื่องเยอะ
- กว่าจะขยับตัวทำอะไรแต่ละทีก็คิดเยอะ
- คิดมากเรื่องอะไรไม่เข้าท่า
- กล้าคิดกล้าทำในเรื่องไม่ค่อยสร้างสรรค์ (ขี้นินทา ขี้วีน งี่เง่า ชวนทะเลาะ ชอบดูถูก อิจฉาริษยา)
- แต่อายในเรื่องไม่จำเป็น และในเรื่องที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับชีวิต (รักษาภาพเกินเหตุ)
 
ใน the gang ของหนูก็มีคนเป็นแบบสองข้อแรกอยู่บ้าง
แต่อันนี้ไม่ว่ากัน เพราะเพื่อนเราทำอะไรไม่เคยผิด!!!
นั่นคือสาเหตุที่ทำเกิด sentense ที่ว่า "เพื่อนผู้ชายมีไว้ทำไม?"
คำตอบคือ มีไว้ทำกิจกรรมอะไรหลายๆอย่างด้วยกัน โดยปราศจากคุณสมบัติของ "สาวๆมากมาย" ข้างต้น
 
แล้วเกี่ยวอะไรกับ Brother Syndrome ???
 
ผู้หญิงตัวเล็กๆและอ่อนแออย่างหนู รู้สึกไม่ค่อยมีหลัก (ที่เป็นผู้ชาย) ให้ยึด
รู้สึกเชื่อถือหรือเอาความอะไรกับผู้ชายรอบตัวที่มีอยู่น้อยนิด (ในสมัยก่อน) ได้ยาก
ตอนนี้หนูเลยรู้สึกอยากได้ "พี่ชาย" หรืออีกนัยหนึ่ง คือ ผู้ชายที่เชื่อถือได้
แปลกใจ...ที่เรารัก เอ็นดู หรือรู้สึกดี กับผู้ชายบางคนได้ โดยไม่ได้คิดอยากได้มันมาเป็นแฟน
แค่อยากให้อยู่กันไปอย่างนี้นานๆ ดูแลกันไปนานๆ เป็นเหมือนครอบครัว
 
พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคน หนูดีใจมากมายที่เราได้มาเป็นครอบครัวกัน
จริงๆแล้วสิ่งที่หนูได้รับมันไม่ได้ต่างอะไรจาก ความรัก การดูแลเอาใจใส่ ที่หนูเคยได้จากผู้หญิงจนเคยชิน
เพียงแต่หนูเป็น Brother Syndrome (แบบคิดเองเออเอง) หนูก็เลยรู้สึกดีเป็นพิเศษ
 
หนูเคยรู้สึกเหมือนเราขาดอะไรในชีวิต แต่นึกไม่ออกว่ามันคืออะไร
เลยคิดไปเองว่าเราอาจจะเหงาเพราะตอนนี้ไม่มีแฟน คิดไปว่าวันนึงพอกลับมามีแฟนแล้วก็คงหาย
จริงแล้ว...มันไม่ใช่เลย
หนูแค่อยากได้ "คู่คิด"  อยากได้ความอบอุ่นใจจากคนรอบตัว แบบที่มีในครอบครัว
 
ความรักไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคนเลย...แค่รักอย่างเดียวก็ไม่พอด้วย
ต้องมีความเข้าใจ ความเป็นเพื่อน รอยยิ้ม กำลังใจ และบรรยากาศอันอบอุ่น
...มันอยู่ที่ความใส่ใจ...
 
"เรื่องแบบนี้...เจเน็ตต้องเสียสละบ้าง รู้มั้ย"
พี่เกศพูดประโยคนี้เมื่อหลายวันก่อน
 
มันเกิดขึ้นหลังจากการทำงานอยู่ห้องตัดต่อมาหลายคืน เพื่อรองรับเทศกาลวันหยุดที่กำลังจะมาถึง "วันแม่"
หนูกลับมาบ้าน ในเช้าวันแม่ หนูนอนตื่นสาย ไม่สิ...เค้าเรียกว่าตื่นบ่าย
พลาดอะไรมากมาย อันพึงจะได้ร่วม ได้รับ ได้รู้ ได้เห็น ในครอบครัว

ตอนนั้นหนูรู้สึกแย่ที่หนูทำงานหนัก แล้วดูเหมือนมันจะกลายเป็นเรื่องที่ผิดไปซะอย่างนั้น
บางทีคนอื่นก็อยากให้หนูเป็นกระต่าย บางทีก็อยากให้หนูเป็นเต่า
แล้วหนูไม่รู้ว่าสิ่งไหนกันแน่ ที่มันสำคัญจริงๆในชีวิตคนเรา
 
วันนี้หนูรู้แล้วว่าหนูต้องเสียสละอะไร
ก็แค่ต้องตื่นเช้า ก็แค่ต้องรู้จักใส่ใจในเรื่องหรือคนที่ควรจะใส่ใจ
มันไม่ได้หนักหนาอะไรเลย มันไม่น่าจะถูกเรียกอย่างยกย่องว่า "ความเสียสละ" ด้วยซ้ำไป
มันเป็นสิ่งที่มนุษย์เราพึงกระทำ สร้างบรรยากาศความสุขกับคนรอบตัว เพราะนั่นแหละ มันคือ ความสุขของชีวิต
 

. . . มั น อ ยู่ ที่ ค ว า ม ใ ส่ ใ จ . . .
 
 
 
2008/8/11

Dongwan's diary

 
Written :  พี่ชายเองนะ! (2006-11-08 02:04:47)
Title :  เด็กที่ผมเจอในลิฟต์...
 
 
วันนี้ ผมเกิดเบื่อขึ้นมาก็เลยจะไปบ้าน โทนี่ ฮยอง
 
ผมจอดรถที่ชั้นล่างอย่างทุกที และก็กำลังจะเดินไปขึ้นลิฟต์
ตอนนั้นเองที่ผมเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง
เด็กคนนั้นอายุราวๆ 11 ขวบ สวมเสื้อแจ็กเก็ตที่ดูเหมือนพี่ชายของเขาเคยใช้มาก่อน ท่าทางจะเพิ่งกลับมาจากโรงเรียน
 
ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่ผมกับเด็กคนนั้นกดปุ่มลิฟต์พร้อมๆกัน
มีบรรยากาศประหลาดๆเกิดขึ้นระหว่างเรา
ทำไมน่ะเหรอ ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน...
 
เด็กผู้ชายคนนั้นกดชั้น 10 ส่วนของผมชั้น 2*  (ถ้าบอกไป โทนี่บ้านแตกแน่ๆ 5555+)
 
ในบรรยากาศแปลกๆแบบนั้น...
เด็กคนนั้นก็เริ่มคุยกับผม!!!
 
ตอนนั้น ในเวลาประมาณ 0.3 วินาที สมองของผมก็เต็มไปด้วยความคิดที่วิ่งไปวิ่งมา
"อ่า! เขาจะขอลายเซ็นเหรอ?...แต่ว่าไม่มีปากกาอ่ะ...ถ้าเกิดเขาขอด้วยดินสอล่ะ ชั้นเซ็นด้วยดินสอไม่ได้นะ..."  ฯลฯ  ฯลฯ
 
ในตอนนั้นเอง เด็กคนนั้นก็เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
ที่ฟังดูเหมือนเด็กนักเรียน ม.ปลาย...
 
เด็กผู้ชาย -  "พี่อยู่ที่ชั้น 2* หรอฮะ? ห้องไหนฮะ?"
 
ตอนนั้นเองที่ผมต้องโกหกออกไปเพื่อความปลอดภัยส่วนตัวของ โทนี่ ฮยอง
ผม -  "อ่า...อืม? อ๋อ! เบอร์ 2* b6 น่ะ! ฮ่าๆ"

เด็กผู้ชาย -  "อ๋า~~~..."  แล้วก็เงียบไปพักนึง
"โชคดีจัง พี่ได้อยู่ตรงข้ามห้องดาราด้วย...แม่บอกว่าโทนี่อยู่ที่นี่ คุณคงได้เห็นเค้าบ่อยๆแหงเลย......"
 
 
 
 
พี่ได้อยู่ตรงข้ามห้องดาราด้วย..
พี่ได้อยู่ตรงข้ามห้องดาราด้วย.......
พี่ได้อยู่ตรงข้ามห้องดาราด้วย..............
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ทันใดนั้น ในหัวใจของผมก็ตะโกนออกไปสุดเสียง...
พร้อมกับความรู้สึกที่ว่าอยากอยู่ตรงนั้นพร้อมกันทั้งวง
ตะโกนตามหลังเด็กคนนั้นที่ผมเห็นผ่านทางช่องประตูลิฟต์ที่ยังไม่ปิดว่า....!!!
 
 
 
 
"เราคือชินฮวา!!!!!"  ㅜㅜ
 
 
 

ป.ล.  ให้ตาย! ตั้งแต่พรุ่งนี้ผมจะไปไหนมาไหนโดยแต่งหน้าออกจากบ้านด้วย! คุณจะได้จำได้ว่าผมเป็นดารา...ㅠㅜ;
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------
credits : ShinhwaChangjo.net + orenji728 (translation) + Good EMG (source)
translated into Thai :
Jaja_Blink@shinhwathailand.com
 
 
2008/8/8

หนาวนี้

 
ฤ ดู ห น า ว ที่ ฉั น รั ก .....กำลังจะมา
 
คิดถึงลานเบียร์บนดาดฟ้าเจแอฟ
คิดถึงหมอกสีขาวที่แม่ฮ่องสอน
คิดถึงการนั่งดื่มเบียร์กับบรรดาเพื่อนๆที่สนามหน้าบ้าน
คิดถึงคริสต์มาสเมื่อสมัยเด็กๆ
คิดถึงคืนข้ามปีท่ามกลางขุนเขา
คิดถึงงานเลี้ยงปีใหม่ที่มีเสียงหัวเราะดังๆในหมู่พี่น้อง
คิดถึงท่าเต้นของบรรดาป้าๆแม่ๆในช่วงแอลกอฮอลล์ออกฤทธิ์เต็มที่
คิดถึงช่วงเวลาที่นั่งสั่นอยู่ใต้ผ้าห่ม ทั้งๆที่มีกองไฟจุดอยู่ตรงหน้า
คิดถึงไอสีขาวจางๆที่ลอยออกมาจากปากเวลาพูด
คิดถึงเพลง "หนาวนี้" ที่ได้ยินตอนเดินออกมากินข้าวหลังหอเอฯ
คิดถึงระเบียงห้อง 801 ตอนออกมานั่งมองทางช้างเผือก
คิดถึงระเบียงห้องทุกห้องของ C9 ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
คิดถึงเชียงใหม่ (อยากไปหาจะแย่อยู่แล้ว)
คิดถึงตอนใส่เสื้อกันหนาวไปโรงเรียน
คิดถึงตอนขี่จักรยานวนไปมาในมหา'ลัยตอนกลางคืน
คิดถึงตอนขับรถแล้วสามารถเปิดกระจกรับลมได้
คิดถึงเพลงแจ๊สดีๆที่เปิดคลอระหว่างนั่งมองแสงไฟข้างทาง
คิดถึงเต๊นท์ ถุงนอน และถุงเท้าที่ต้องใส่ถึง 3 ชั้น
คิดถึงผ้าทอของชาวบ้านตอนที่มันให้ความอบอุ่นอยู่บนไหล่ของเรา
 
ช่วงเวลาหนาวๆที่แสนจะอบอุ่น คงอีกเพียงไม่กี่อึดใจ
เฝ้านับวันนับเดือนรอ 
แต่อย่างน้อย............ก็รู้ว่าเราจะได้เจอกันทุกปี 
ห น้ า ห น า ว ข อ ง ฉั น
 
 
"มีลมโชย อากาศเย็นๆ ทุกปลายปี....แต่คงจะดีถ้าหากมีเธอไว้"